Share

HBOT กับ เบาหวานขึ้นตา ช่วยได้อย่างไร | Aesthetaclinic

11 Views
ภาวะแทรกซ้อนทางตาจากโรคเบาหวาน หรือที่เรียกกันติดปากว่า เบาหวานขึ้นตา (Diabetic Retinopathy) เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร เกิดจากการที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรัง เข้าไปทำลายหลอดเลือดฝอยบริเวณจอตา (Retina) ส่งผลให้ผนังหลอดเลือดเปราะบาง รั่วซึม หรือเกิดการอุดตัน จนจอประสาทตาขาดเลือดและขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง นำไปสู่การอักเสบ จอประสาทตาบวม (Diabetic Macular Edema) และการสร้างหลอดเลือดใหม่ที่ผิดปกติ

ในปัจจุบัน นวัตกรรมทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูอย่าง Hyperbaric Oxygen Therapy หรือการบำบัดด้วยออกซิเจนแรงดันสูง ได้เข้ามามีบทบาทในการเป็นหัตถการร่วมเพื่อช่วยฟื้นฟูเซลล์เนื้อเยื่อที่ขาดออกซิเจน หลายคนจึงเกิดข้อสงสัยว่าการทำ HBOT กับ เบาหวานขึ้นตา ช่วยได้อย่างไร มีกลไกการทำงานอย่างไรต่อจอประสาทตา และมีความปลอดภัยเพียงใด บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกคำตอบทางการแพทย์อย่างรอบด้าน

ทำความรู้จักภาวะเบาหวานขึ้นตาและกลไกการขาดออกซิเจนระดับเซลล์
กระบวนการเกิดโรคเบาหวานขึ้นตา เริ่มต้นขึ้นเมื่อระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงติดต่อกันเป็นเวลานาน น้ำตาลส่วนเกินจะเข้าไปกระตุ้นให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินและสารอักเสบ เข้าทำลายเซลล์บุผนังหลอดเลือดฝอยที่นำเลือดไปเลี้ยงจอตา

เมื่อหลอดเลือดฝอยเริ่มตีบตันและรั่วซึม จอตาจะไม่ได้รับออกซิเจนเพียงพอ ร่างกายจึงพยายามปรับตัวโดยการหลั่งสารกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดใหม่ (VEGF) แต่หลอดเลือดที่สร้างขึ้นใหม่นี้กลับมีความเปราะบาง แตกง่าย และทำให้เกิดเลือดออกในวุ้นตาหรือเกิดผื่นพังผืดดึงรั้งจอตา การขาดออกซิเจนในระดับเซลล์จึงถือเป็นหัวใจสำคัญที่ต้องเร่งได้รับการแก้ไข

กลไกการทำงานของออกซิเจนแรงดันสูงต่อการฟื้นฟูจอประสาทตา
กระบวนการบำบัดด้วยออกซิเจนแรงดันสูง ทำงานโดยให้ผู้เข้ารับบริการนอนพักผ่อนอยู่ภายในอุโมงค์บำบัดที่อัดแรงดันอากาศให้สูงกว่าปกติ ร่วมกับการสูดดมออกซิเจนบริสุทธิ์ 100%

การอัดแรงดันบรรยากาศนี้ จะช่วยผลักให้ออกซิเจนสามารถละลายเข้าสู่พลาสม่าและสารน้ำในร่างกายได้ลึกและเข้มข้นกว่าสภาวะปกติหลายเท่า ปริมาณออกซิเจนที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วจะซึมซาบผ่านหลอดเลือดที่ยังคงเหลืออยู่ เข้าไปเลี้ยงเซลล์จอตาที่กำลังขาดแคลนออกซิเจน ช่วยให้ไมโตคอนเดรียในเซลล์ประสาทตาสามารถกลับมาสร้างพลังงาน ATP เพื่อซ่อมแซมตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไขข้อสงสัย HBOT กับ เบาหวานขึ้นตา ช่วยได้อย่างไรในทางการแพทย์
คำตอบทางการแพทย์พบว่า การใช้ออกซิเจนแรงดันสูงสามารถช่วยบรรเทาและส่งเสริมการฟื้นฟูภาวะเบาหวานขึ้นตาผ่านกลไกหลักหลายประการ

การทำ HBOT กับ เบาหวานขึ้นตา ช่วยเพิ่มระดับความตึงของออกซิเจนในเนื้อเยื่อจอตา ลดภาวะความดันและการอักเสบระดับเซลล์ พร้อมทั้งช่วยให้เส้นเลือดหดตัวในระดับที่เหมาะสม จึงช่วยลดการรั่วซึมของพลาสม่าและลดภาวะจอตาบวมน้ำ (Central Macular Thickness) ส่งผลให้เซลล์รับแสงบริเวณจุดภาพชัด (Macula) ทำงานได้ดีขึ้น และช่วยชะลอการเสื่อมถอยของการมองเห็น

ประโยชน์ของการทำ HBOT ต่อระบบหลอดเลือดและจอประสาทตา
การได้รับออกซิเจนบริสุทธิ์ 100% ภายใต้แรงดันบรรยากาศที่เหมาะสม ส่งผลดีต่อโครงสร้างและฟังก์ชันของดวงตาในหลายมิติ

การลดภาวะจอตาบวมน้ำและชะลอการรั่วซึมของหลอดเลือด
ออกซิเจนแรงดันสูงช่วยซ่อมแซมและเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่เกราะกั้นระหว่างเลือดกับจอตา (Blood-Retinal Barrier) ลดการรั่วซึมของสารน้ำและไขมัน เข้าสู่ชั้นเนื้อเยื่อจอตา ช่วยให้ภาวะบวมน้ำบริเวณจุดรับภาพลดลงอย่างเห็นได้ชัด

การซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ประสาทตาที่บาดเจ็บ
การเติมออกซิเจนระดับเข้มข้น ช่วยกู้คืนเซลล์ประสาทตา (Retinal Ganglion Cells) ที่กำลังหยุดทำงานชั่วคราวเนื่องจากขาดแคลนพลังงาน ให้กลับมาทำงานส่งสัญญาณภาพไปยังสมองได้ดียิ่งขึ้น

สัญญาณเตือนทางสายตาที่คุณแม่และผู้ป่วยเบาหวานควรรีบพบแพทย์
หากผู้ป่วยเบาหวานเริ่มมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับการมองเห็นดังต่อไปนี้ ควรเข้ารับการตรวจเช็กจอตาอย่างถี่ถ้วนทันที
การมองเห็นเริ่มพร่ามัว สายตาเปลี่ยนไว เหมือนมีหมอกหรือควันบังตา
เห็นจุดดำ รอยเส้นคล้ายหยดน้ำ หรือหยากแย่ลอยไปมาในทัศนวิสัย
เห็นภาพบิดเบี้ยว มองเส้นตรงกลายเป็นเส้นโค้ง หรือภาพตรงกลางหายไป
ตาบอดคืนชั่วคราว มีความลำบากในการมองเห็นในสถานที่มืดหรือตอนกลางคืน
รู้สึกปวดหน่วงบริเวณดวงตา หรือมีอาการตาแดงเรื้อรังจากความดันตาผิดปกติ
ผลกระทบของการละเลยไม่รักษาภาวะเบาหวานขึ้นตาในระยะยาว
การปล่อยให้ภาวะจอตาขาดออกซิเจนดำเนินไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้รับการฟื้นฟู อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงถึงขั้นสูญเสียดวงตา

การขาดออกซิเจนเรื้อรังจะกระตุ้นให้เกิดภาวะเบาหวานขึ้นตาระยะเจริญใหม่ (Proliferative Diabetic Retinopathy) ซึ่งเส้นเลือดใหม่ที่เปราะบางจะแตกออก เกิดเลือดออกในโพรงวุ้นตาอย่างรุนแรง และกลายเป็นพังผืดดึงรั้งจนจอประสาทตาหลุดลอก (Retinal Detachment) ส่งผลให้ผู้ป่วยสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรและไม่สามารถกู้คืนกลับมาได้

ขั้นตอนการเข้ารับบริการออกซิเจนบำบัดแรงดันสูงอย่างปลอดภัย
กระบวนการเข้ารับบริการทำทรีตเมนต์ถูกออกแบบมาให้มีความผ่อนคลาย สะอาด และเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยทางการแพทย์
การตรวจประเมินสุขภาพดวงตา สภาพร่างกาย และตรวจเช็กความพร้อมของแก้วหูโดยแพทย์
การเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดผ้าฝ้ายบริสุทธิ์เพื่อความสบายและป้องกันไฟฟ้าสถิต
การเข้าพักผ่อนภายในอุโมงค์บำบัดโครงสร้างแข็งแรงดันสากล
การปรับเพิ่มแรงดันบรรยากาศอย่างนุ่มนวล พร้อมหายใจรับออกซิเจนบริสุทธิ์ 100% ผ่านหน้ากาก
นอนพักผ่อน ฟังเพลง หรือนอนหลับอย่างผ่อนคลายตลอดระยะเวลา 60 นาที
การปรับลดแรงดันอากาศลงอย่างช้าๆ และตรวจวัดสัญญาณชีพหลังทำเสร็จสิ้น
ตารางเปรียบเทียบการฟื้นฟูจอตาด้วย HBOT ร่วมกับการรักษาหลัก
การศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบจะช่วยให้เห็นบทบาทของการบำบัดเสริมได้อย่างชัดเจน

รายการเปรียบเทียบ
การยิงเลเซอร์ / ฉีดยาเข้าข้อตา (Main Treatment)
การทำออกซิเจนบำบัดแรงดันสูง (HBOT Support)
วัตถุประสงค์หลัก
ทำลายเส้นเลือดผิดปกติ / ยับยั้งสาร VEGF
เพิ่มออกซิเจนละลายในเลือด ซ่อมแซมเซลล์ขาดเลือด
กลไกต่อชั้นเนื้อเยื่อ
ระงับการลุกลามของแผลเฉพาะจุด
ลดภาวะบวมน้ำทั่วจอตา และรักษาสมดุลเกราะกั้นหลอดเลือด
การสร้างความฟื้นตัว
ลดการบวมและการเกิดเลือดออกซ้ำ
กระตุ้นการสร้างพลังงานระดับไมโตคอนเดรียในเซลล์ประสาท
การพักฟื้นและแผล
เป็นหัตถการดวงตาโดยตรง ต้องดูแลระวังติดเชื้อ
ไม่ก่อให้เกิดบาดแผลบนดวงตา ผ่อนคลาย ไม่ต้องพักฟื้น

ข้อควรระวังและการเตรียมตัวก่อนเข้ารับบริการ HBOT
เพื่อให้การทำทรีตเมนต์เป็นไปอย่างปลอดภัย ผู้เข้ารับบริการควรปฏิบัติตามคำแนะนำทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด
งดการทาครีมบำรุงผิว น้ำมัน โลชั่น หรือเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมันก่อนเข้าอุโมงค์
ถอดแว่นตา คอนแทกต์เลนส์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องประดับออกทั้งหมด
หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแก๊ส เช่น น้ำอัดลม หรือโซดา ก่อนทำทรีตเมนต์
แจ้งแพทย์ทันทีหากมีประวัติเคยผ่าตัดวุ้นตา มีแก๊สค้างในดวงตา หรือเป็นหวัด คัดจมูก
รับประทานอาหารมื้อเบาๆ ล่วงหน้า เพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลตกระหว่างทำทรีตเมนต์
แนวทางการดูแลตนเองเพื่อควบคุมค่าน้ำตาลและถนอมสายตายั่งยืน
การฟื้นฟูสุขภาพดวงตาให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด ต้องทำควบคู่ไปกับการควบคุมโรคเบาหวานอย่างจริงจัง
ควบคุมระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c) ให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่า 6.5 ถึง 7.0% ตามคำแนะนำแพทย์
ควบคุมระดับความดันโลหิตและไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
รับประทานอาหารที่มีลูทีน ซีแซนทีน และสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผักใบเขียวเข้ม และไข่แดง
สวมแว่นกันแดดเพื่อปกป้องดวงตาจากรังสี UV และแสงฟ้าเมื่อต้องออกแดด
เข้าพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจขยายม่านตาเช็กจอประสาทตาอย่างน้อยปีละ 1 ถึง 2 ครั้ง
ข้อมูลการติดต่อศูนย์ดูแลสุขภาพ Aestheta Wellness Center ทุกสาขา
หากคุณต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ HBOT กับ เบาหวานขึ้นตา ช่วยได้อย่างไร สามารถนัดหมายและติดต่อได้ตามสาขาของ Aestheta Wellness Center ดังนี้

Aestheta Wellness Center สาขาพาราไดซ์ พาร์ค ศรีนครินทร์
ศูนย์ดูแลสุขภาพและเวชศาสตร์ชะลอวัยแบบองค์รวม พร้อมให้คำปรึกษาด้านการดูแลรูปร่างและควบคุมน้ำหนักอย่างปลอดภัยภายใต้มาตรฐานสากล
ที่อยู่: ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 3 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250
เบอร์โทรศัพท์: 02-127-0475
เว็บไซต์/โซเชียลมีเดีย: https://www.aesthetaclinic.com  
Aestheta Wellness and Aesthetic สาขารัชดา-จตุจักร
คลินิกนวัตกรรมสุขภาพและผิวพรรณ บรรยากาศพรีเมียม เดินทางสะดวกสบาย รองรับการตรวจวิเคราะห์ระดับสารเคมีและออกแบบโปรแกรมลดน้ำหนักเฉพาะบุคคล
ที่อยู่: ชั้น 3 อาคาร Well Aesthetic & Wellness Center เลขที่ 8/2 ถนนจันทรเกษม แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
เบอร์โทรศัพท์: 062-781-8997
เว็บไซต์/โซเชียลมีเดีย: https://www.aesthetaclinic.com 
Aestheta Clinic สาขาเซ็นทรัลเวิลด์
สถานบริการสุขภาพและเวชศาสตร์ความงามระดับลักชัวรี ทำเลใจกลางเมือง ตอบโจทย์คนทำงานยุคใหม่ที่ต้องการปรับพฤติกรรมสุขภาพและดูแลรูปร่าง
ที่อยู่: ยูนิต KC506 ชั้น 5 โซน Urban Balance ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เลขที่ 999/9 ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
เบอร์โทรศัพท์: 081-819-1854
เว็บไซต์/โซเชียลมีเดีย: https://www.aesthetaclinic.com  

ประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญและการดูแลผู้รับบริการหน้างานจริง
จากการดูแลผู้เข้ารับบริการจริงที่ Aestheta Wellness Center ทีมแพทย์พบผู้ป่วยเบาหวานจำนวนมากที่มีความกังวลใจเรื่องสายตาที่เริ่มพร่ามัวลง และกลัวการสูญเสียการมองเห็น

ในเคสการดูแลจริง แพทย์ได้ทำการประเมินสภาพร่างกาย ประวัติการรักษากับจักษุแพทย์ และตรวจความพร้อมของระบบทางเดินหายใจและแก้วหูก่อนทุกครั้ง จากนั้นจึงวางโปรแกรมทำออกซิเจนบำบัดแรงดันสูงแบบโครงสร้างแข็งที่ระดับแรงดัน 1.5 ATA ร่วมกับการควบคุมค่าน้ำตาล ผลลัพธ์หน้างานจริงคือ ผู้เข้ารับบริการรู้สึกผ่อนคลาย สบายตา สภาวะตาสว่างปลอดโปร่งขึ้น และเมื่อไปตรวจสแกนจอตา (OCT) กับจักษุแพทย์พบว่า ภาวะบวมน้ำของจอประสาทตาลดลงอย่างน่าพึงพอใจ ประสบการณ์ตรงนี้แสดงให้เห็นว่าการใช้ออกซิเจนแรงดันสูงร่วมกับการรักษาหลัก ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและการมองเห็นให้แก่ผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัย

ทำไมถึงต้องไว้วางใจให้เราดูแลคุณ
ที่ Aestheta Wellness Center เราเน้นย้ำถึงมาตรฐานความปลอดภัยทางการแพทย์ระดับสากล เครื่องอุโมงค์ออกซิเจนบำบัดแรงดันสูงของเราเป็นเทคโนโลยีโครงสร้างแข็งที่ได้รับมาตรฐาน ปลอดโปร่ง ไม่น่าอึดอัด ควบคุมระดับแรงดัน ATA และปริมาณออกซิเจนอย่างแม่นยำ ทุกเคสได้รับการประเมินและดูแลโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการและพยาบาลเฉพาะทางอย่างใกล้ชิด คุณจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลที่ถูกต้อง ตรงจุด ปลอดภัย และสัมผัสผลลัพธ์การฟื้นฟูสุขภาพระดับเซลล์อย่างแท้จริง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ HBOT ในผู้ป่วยเบาหวานขึ้นตา
การทำ HBOT สามารถทดแทนการฉิดยาเข้าข้อตา หรือการยิงเลเซอร์ได้ไหม
ไม่สามารถทดแทนได้ การฉิดยาหรือยิงเลเซอร์เป็นการรักษาหลักทางการแพทย์ของจักษุแพทย์ ส่วน HBOT เป็นการบำบัดเสริมที่ช่วยลดภาวะบวมน้ำ เพิ่มออกซิเจนระดับเซลล์ และช่วยให้ดวงตาฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้น

ต้องทำกี่เซสชัน ถึงจะเริ่มสัมผัสได้ถึงการฟื้นตัวของสายตา
โดยทั่วไป แนะนำให้เข้ารับบริการต่อเนื่องประมาณ 10 ถึง 20 เซสชัน ตามคำแนะนำและการประเมินของแพทย์ เพื่อให้เซลล์จอตาและระบบหลอดเลือดได้รับการฟื้นฟูอย่างสม่ำเสมอ

ผู้ป่วยเบาหวานที่มีแผลที่เท้าด้วย สามารถทำ HBOT พร้อมกันได้ไหม
ทำได้พร้อมกันอย่างยิ่ง เนื่องจาก HBOT เป็นหัตถการที่ช่วยเพิ่มการละลายของออกซิเจนในกระแสเลือด จึงช่วยเร่งสมานแผลเรื้อรังที่เท้าเบาหวานและช่วยฟื้นฟูจอตาไปได้พร้อมๆ กัน

การอัดแรงดันอากาศ จะทำให้ความดันในดวงตาสูงขึ้นจนอันตรายไหม
ไม่อันตราย เนื่องจากระดับแรงดันที่ใช้ในเวชศาสตร์ฟื้นฟูจะถูกควบคุมให้ค่อยๆ ปรับขึ้นอย่างนุ่มนวล โดยมีแพทย์ประเมินสภาวะต้อหินหรือความดันตาก่อนเข้ารับบริการเสมอ

หลังทำทรีตเมนต์จบเซสชัน สามารถขับรถกลับบ้านได้เองไหม
หากสายตาของผู้ป่วยไม่ได้พร่ามัวรุนแรงจากโรคเดิมอยู่แล้ว หลังทำ HBOT สามารถมองเห็นได้ตามปกติ สดชื่น ปลอดโปร่ง และสามารถขับรถหรือดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันที

references
รายละเอียดบริการออกซิเจนบำบัดแรงดันสูงและการฟื้นฟูร่างกาย: Aestheta Wellness Center HBOT Overview
รายงานวิจัยทางการแพทย์สากลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของ HBOT ต่อภาวะ diabetic retinopathy: MDPI Systematic Review and Meta-Analysis on HBOT in Diabetic Retinopathy
ข้อมูลทางวิชาการทางการแพทย์ด้านบทบาทของ HBOT ต่อหลอดเลือดฝอยในผู้ป่วยเบาหวาน: NCBI PMC - Role of HBOT on Microvascular Diabetic Complications
งานวิจัยสากลเกี่ยวกับผลของ HBOT ในการลดการรั่วซึมของเกราะกั้นเลือดและจอตา: PubMed - HBOT Ameliorates Blood-Retinal Barrier Breakdown

Related Content
Aestheta Wellness and Aesthetic Center Welcomes the Team from Novo Nordisk (Thailand)
Aestheta Wellness and Aesthetic Center had the opportunity to welcome the team from Novo Nordisk (Thailand), a global healthcare company with over 90 years of innovation and leadership, along with a team of doctors from Vietnam.
Effective Sleep for Anti-Aging
Sleep is not only a time for the body to rest after a long day, but it is also a key factor that significantly impacts anti-aging, including the recovery of aging cells.
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว and นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy