ทำ HBOT ครั้งหนึ่งใช้เวลานานแค่ไหน | Aesthetaclinic
80 Views

ร่างกายของมนุษย์ต้องการออกซิเจนเพื่อใช้เป็นพลังงานขับเคลื่อนกระบวนการชีวภาพระดับเซลล์ แต่ด้วยปัจจัยของมลภาวะ ฝุ่นควัน ความเครียดสะสม และอายุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ความสามารถในการนำพาออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายลดลง นำมาซึ่งความอ่อนเพลียเรื้อรัง ระบบภูมิคุ้มกันถดถอย และแผลต่าง ๆ สมานตัวได้ช้าลง นวัตกรรมการบำบัดด้วยออกซิเจนความกดอากาศสูง หรือ Hyperbaric Oxygen Therapy จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูสุขภาพและชะลอวัยอย่างล้ำลึก
สำหรับผู้ที่กำลังสนใจเข้ารับบริการฟื้นฟูร่างกายด้วยนวัตกรรมนี้ มักเกิดคำถามว่าการทำ hbot ใช้เวลากี่นาที ต่อครั้ง และต้องเผื่อเวลาในการเข้ารับบริการไว้นานเท่าใดเพื่อให้สอดคล้องกับตารางชีวิต บทความนี้จะมาไขข้อสงสัยเกี่ยวกับระยะเวลา ขั้นตอนการทำ และแนวทางการเตรียมตัวอย่างครบถ้วน
ทำความเข้าใจนวัตกรรมออกซิเจนบำบัดความกดอากาศสูง
การบำบัดรูปแบบนี้เป็นการให้ผู้รับบริการเข้าไปนั่งหรือนอนพักผ่อนภายในห้องอุโมงค์ความดันสูง (Hyperbaric Chamber) พร้อมกับสูดดมออกซิเจนความบริสุทธิ์เกือบ 100% ภายใต้สภาพความกดอากาศที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลปกติประมาณ 1.5 ถึง 3 เท่า
กระบวนการนี้นวัตกรรมจะส่งผลให้ออกซิเจนสามารถละลายเข้าสู่ละอองพลาสม่าและน้ำเลี้ยงเซลล์ในกระแสเลือดได้มากกว่าปกติหลายเท่าตัว แม้แต่ในบริเวณที่เส้นเลือดฝอยตีบตันหรือเนื้อเยื่อที่ขาดเลือด ออกซิเจนก็ยังสามารถซึมผ่านเข้าไปฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมสภาพได้อย่างตรงจุด
คำตอบชัดเจนว่า hbot ใช้เวลากี่นาที ในแต่ละเซสชัน
โดยทั่วไปแล้ว ระยะเวลามาตรฐานสำหรับการทำทรีตเมนต์จะถูกกำหนดไว้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุดและมีความปลอดภัยเต็มที่ โดยสามารถแบ่งช่วงเวลาได้ดังนี้
ระยะเวลาเฉลี่ยของการรับบริการต่อหนึ่งครั้ง
หากนับเฉพาะช่วงเวลาที่นั่งหรือนอนพักผ่อนสูดออกซิเจนอยู่ภายในอุโมงค์บำบัด ระยะเวลามาตรฐานจะอยู่ที่ประมาณ 60 ถึง 90 นาที ต่อหนึ่งเซสชัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ได้รับการวิเคราะห์แล้วว่าเซลล์สามารถดูดซึมออกซิเจนไปใช้ประโยชน์ได้เต็มประสิทธิภาพโดยไม่เกิดภาวะเป็นพิษจากออกซิเจน
การแบ่งช่วงเวลาภายในอุโมงค์บำบัด
ตลอดช่วงเวลาทำทรีตเมนต์จะแบ่งออกเป็น 3 ช่วงหลัก ได้แก่ ช่วงปรับเพิ่มแรงดันอากาศ (Compression) ประมาณ 10-15 นาที ช่วงคงระดับแรงดันอากาศและสูดออกซิเจนบริสุทธิ์ (Treatment) ประมาณ 45-60 นาที และช่วงปรับลดแรงดันอากาศกลับสู่ระดับปกติ (Decompression) อีกประมาณ 10-15 นาที
ภาพรวมเวลาที่ต้องเผื่อไว้สำหรับการรับบริการจริงที่คลินิก
นอกเหนือจากเวลาที่อยู่ภายในอุโมงค์ความดันแล้ว ผู้รับบริการควรเผื่อเวลาทั้งหมดสำหรับการเดินทางและการเตรียมความพร้อมที่สถานพยาบาลโดยรวมประมาณ 1.5 ถึง 2 ชั่วโมง ต่อการเข้ารับบริการหนึ่งครั้ง
เวลานี้จะครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการลงทะเบียน ซักประวัติ ตรวจวัดสัญญาณชีพ เปลี่ยนชุดผ้าฝ้ายที่ปลอดภัยสำหรับการทำทรีตเมนต์ ไปจนถึงการนั่งพักปรับสมดุลร่างกายและฟังคำแนะนำหลังทำจากเจ้าหน้าที่ chuyênทาง
ประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากการฟื้นฟูร่างกายด้วยออกซิเจนความเข้มข้นสูง
การเติมออกซิเจนบริสุทธิ์เข้าสู่กระแสเลือดอย่างล้ำลึก ส่งผลดีต่อระบบการทำงานภายในร่างกายในหลากหลายมิติ
กระตุ้นการสมานแผลและลดการอักเสบ: ช่วยเร่งการสร้างหลอดเลือดใหม่และซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ส่งผลให้แผลผ่าตัด แผลศัลยกรรม หรือแผลเรื้อรังหายเร็วขึ้น
ฟื้นฟูความอ่อนเพลียเรื้อรังและแก้อาการสมองล้า: เพิ่มปริมาณออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์สมอง ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง สดชื่น และลดความเหนื่อยล้าสะสมจากการทำงาน
เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและชะลอวัย: ช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวในการกำจัดเชื้อโรค พร้อมทั้งต้านอนุมูลอิสระในระดับเซลล์
ช่วยให้การนอนหลับมีประสิทธิภาพมากขึ้น: ปรับสมดุลระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้หลับสนิทลึกขึ้นและตื่นมาพร้อมความกระปรี้กระเปร่า
สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าร่างกายของคุณต้องการการเติมออกซิเจน
หากร่างกายกำลังเผชิญกับภาวะขาดออกซิเจนในระดับเซลล์ มักจะส่งสัญญาณเตือนผ่านอาการผิดปกติเหล่านี้
รู้สึกง่วงนอนตลอดเวลา มึนหัว อ่อนเพลีย ไร้พลังงาน แม้จะนอนหลับครบ 8 ชั่วโมง
มีภาวะสมองเบลอ (Brain Fog) คิดงานช้า สมาธิสั้นลง และความจำระยะสั้นลดลง
ผิวพรรณดูหมองคล้ำ ไม่สดใส มีรอยดำหรือรอยแผลเป็นที่หายช้ากว่าปกติ
ป่วยง่าย เป็นหวัดบ่อย หรือหายจากอาการป่วยได้ช้าลงกว่าปกติ
มีอาการปวดตึงกล้ามเนื้อเรื้อรังจากการเล่นกีฬาหรือการทำงานหนัก
ขั้นตอนการเข้ารับบริการตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จสิ้นโปรแกรม
กระบวนการให้บริการถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้รับบริการได้รับความสะดวกสบายและความปลอดภัยสูงสุดในทุกขั้นตอน
การซักประวัติและประเมินโดยแพทย์: แพทย์จะทำการตรวจร่างกาย ตรวจวัดความดันโลหิต ซักประวัติโรคประจำตัวเพื่อประเมินความพร้อม
การเปลี่ยนเสื้อผ้าชนิดพิเศษ: เปลี่ยนสวมใส่ชุดผ้าฝ้ายบริสุทธิ์ 100% ที่ไม่มีส่วนผสมของใยสังเคราะห์ เพื่อป้องกันการเกิดไฟฟ้าสถิต
การเข้าไปพักผ่อนภายในอุโมงค์บำบัด: นอนหรือนั่งในอุโมงค์ความดันที่สะอาด ติดตั้งหน้ากากสูดออกซิเจนบริสุทธิ์ พร้อมมีระบบสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ภายนอกตลอดเวลา
ช่วงการปรับแรงดันอากาศ: ในช่วงแรกจะรู้สึกอื้อที่หูคล้ายเวลานั่งเครื่องบิน สามารถกลืนน้ำมัน หรือปรับเคลียร์หูได้ง่ายๆ ตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ
การพักผ่อนและเสร็จสิ้นขั้นตอน: นอนพักผ่อน ฟังเพลง หรือหลับพักผ่อนตลอด 60-90 นาที เมื่อครบเวลาเครื่องจะค่อยๆ ปรับแรงดันลงจนกลับสู่ภาวะปกติ
เปรียบเทียบระยะเวลาและการเตรียมตัวของโปรแกรมฟื้นฟูรูปแบบต่าง ๆ
การทำความเข้าใจความแตกต่างของทรีตเมนต์แต่ละประเภท จะช่วยให้คุณวางแผนเวลาในการดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม
โปรแกรมการดูแลสุขภาพ
ระยะเวลาทำทรีตเมนต์ต่อครั้ง
การเตรียมตัวล่วงหน้า
ระยะเวลาการพักฟื้น
การเติมวิตามินทางสายน้ำเกลือ (IV Drip)
30 - 45 นาที
ทานอาหารและดื่มน้ำตามปกติ
ไม่ต้องพักฟื้น ดำเนินชีวิตได้ทันที
การทำวารีบำบัดลำไส้ (Colon Hydrotherapy)
45 - 60 นาที
งดอาหารหนักก่อนทำ 1-2 ชั่วโมง
ไม่ต้องพักฟื้น อาจเข้าห้องน้ำชั่วคราว
ออกซิเจนบำบัดความกดอากาศสูง (HBOT)
60 - 90 นาที
งดใช้เครื่องสำอางและน้ำหอม
ไม่ต้องพักฟื้น รู้สึกสดชื่นทันทีหลังทำ
จำนวนครั้งที่แนะนำในการทำทรีตเมนต์เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจน
ความถี่ในการทำทรีตเมนต์ขึ้นอยู่กับเป้าหมายในการฟื้นฟูของแต่ละบุคคล โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมักแนะนำดังนี้
กลุ่มผู้ที่ต้องการฟื้นฟูความอ่อนเพลียและชะลอวัย
สำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการลดความเหนื่อยล้า เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และดูแลสุขภาพเชิงชะลอวัย แนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ต่อเนื่องกันประมาณ 5-10 ครั้ง จะรู้สึกได้ถึงความสดชื่น ผิวพรรณสดใส และการนอนหลับที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน
กลุ่มผู้ที่ต้องการเร่งการสมานแผลและลดอาการบวม
สำหรับผู้ที่เพิ่งผ่านการผ่าตัด ศัลยกรรม หรือมีแผลเรื้อรัง แนะนำให้ทำติดต่อกันวันละ 1 ครั้ง หรือวันเว้นวัน จำนวน 5-10 เซสชัน เพื่อเร่งกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและลดอาการบวมช้ำให้หายเร็วขึ้นอย่างปลอดภัย
ข้อปฏิบัติตนก่อนและหลังการเข้ารับบริการออกซิเจนบำบัด
เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดและ safety ในการทำทรีตเมนต์ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้
งดการทาครีมบำรุง โลชั่น น้ำหอม หรือเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมัน: ก่อนเข้าเครื่องเนื่องจากอาจเกิดปฏิกิริยากับออกซิเจนความเข้มข้นสูง
สวมเสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้ายบริสุทธิ์: หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่มีซิปโลหะ กระดุมโลหะ หรือผ้าใยสังเคราะห์
ถอดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และสิ่งของโลหะ: เช่น โทรศัพท์มือถือ นาฬิกา เครื่องประดับ แว่นตา และคอนแทคเลนส์ก่อนเข้าอุโมงค์
ฝึกทักษะการเคลียร์หู (Equalization): โดยการกลืนน้ำลาย บีบจมูกแล้วถอนหายใจเบาๆ หรือเคลียร์หูคล้ายตอนขึ้นเครื่องบิน
ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอทั้งก่อนและหลังทำ: เพื่อช่วยระบบไหลเวียนโลหิตและส่งเสริมการลำเลียงออกซิเจนเข้าสู่เซลล์
รายชื่อสาขาและข้อมูลการติดต่อ Aestheta Wellness Center
หากคุณสนใจเข้ารับบริการและต้องการสอบถามเพิ่มเติมว่าการทำ hbot ใช้เวลากี่นาที สำหรับโปรแกรมของคุณ สามารถติดต่อได้ตามสาขาต่างๆ ดังนี้
ชื่อสาขา
ที่อยู่สถานที่ตั้ง
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์และช่องทางติดต่อ
สาขาพาราไดซ์ พาร์ค ศรีนครินทร์
ชั้น 3 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ศรีนครินทร์ ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250
062-781-8997
https://www.aesthetaclinic.com
สาขารัชดา-จตุจักร
ชั้น 3 อาคาร Well Aesthetic & Wellness Center เลขที่ 8/2 ถนนจันทรเกษม แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
062-781-8997
https://www.aesthetaclinic.com
สาขาเซ็นทรัลเวิลด์
ยูนิต KC506 ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เลขที่ 999/9 ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
081-819-1854
https://www.aesthetaclinic.com
ประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญและการดูแลผู้รับบริการ
จากการดูแลผู้รับบริการหน้างานจริงที่ Aestheta Wellness Center ทีมแพทย์พบว่าคนไข้ส่วนใหญ่ที่มีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง นอนไม่หลับ หรือผู้ที่เพิ่งทำศัลยกรรม มักจะมีความกังวลเรื่องการอยู่ภายในอุโมงค์ความดันแคบๆ และกลัวว่าจะใช้เวลานานเกินไป
ในการดูแลจริง ทีมผู้เชี่ยวชาญจะทำการปรีฟข้อมูลและดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา คนไข้หลายท่านสะท้อนตรงกันว่า หลังจากเข้าไปนอนพักผ่อนสูดออกซิเจนบริสุทธิ์เพียงไม่กี่นาที จะรู้สึกผ่อนคลาย อุ่นสบาย และหลับสนิทไปตลอด 60 นาที โดยไม่รู้สึกอึดอัดเลย และเมื่อทำครบเซสชันแรก คนไข้ส่วนใหญ่รู้สึกตื่นมาพร้อมความโปร่งเบาในหัว อาการมึนหัวหายไป และแผลศัลยกรรมยุบบวมลงได้อย่างน่าประทับใจ
ทำไมถึงต้องไว้วางใจให้เราดูแลคุณ
ที่ Aestheta Wellness Center เรามุ่งเน้นการให้บริการด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยและได้มาตรฐานสากล อุโมงค์ความดันออกซิเจนบำบัดของเราได้รับการดูแลและตรวจสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ทำความสะอาดฆ่าเชื้อทุกครั้งก่อนและหลังใช้งาน มีการควบคุมระดับความดันและปริมาณออกซิเจนอย่างแม่นยำภายใต้การดูแลของทีมแพทย์และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ คุณจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับการฟื้นฟูสุขภาพที่ปลอดภัย สบายใจ และเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำออกซิเจนบำบัด
ระหว่างอยู่ในอุโมงค์บำบัด สามารถนอนหลับได้หรือไม่
สามารถนอนหลับพักผ่อนได้ตามปกติ และการนอนหลับสบายนับเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะช่วยให้ร่างกายและระบบประสาทได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ในขณะที่ได้รับออกซิเจนบริสุทธิ์
คนที่เป็นโรคกลัวที่แคบ (Claustrophobia) สามารถทำได้ไหม
ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการ อุโมงค์ความดันรุ่นใหม่ได้รับการออกแบบให้มีความโปร่ง มีช่องกระจกมองเห็นภายนอกชัดเจน และมีระบบไฟส่องสว่างที่สบายตา รวมถึงสามารถสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา หากมีอาการไม่รุนแรงสามารถเข้ารับบริการได้โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลใกล้ชิด
หลังทำเสร็จแล้ว สามารถขับรถ หรือกลับไปทำงานตามปกติได้ทันทีไหม
สามารถกลับไปทำกิจกรรมประจำวัน ขับรถ หรือทำงานได้ตามปกติทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้น เนื่องจากไม่มีบาดแผลและไม่มีการใช้ยาสลบหรือยาชาใดๆ
มีความรู้สึกหูอื้อเหมือนตอนอยู่บนเครื่องบินหรือไม่
มีความรู้สึกหูอื้อได้เล็กน้อยในช่วงที่มีการปรับเพิ่มแรงดันอากาศใน 10-15 นาทีแรก ซึ่งถือเป็นอาการปกติ สามารถแก้ไขได้ง่ายด้วยการกลืนน้ำลาย หาว หรือบีบจมูกแล้วถอนหายใจเบาๆ
เด็กหรือผู้สูงอายุ สามารถเข้ารับการบำบัดด้วยวิธีนี้ได้หรือไม่
สามารถทำได้ทั้งในเด็กและผู้สูงอายุ โดยจะต้องผ่านการประเมินสภาพร่างกายและรับการตรวจเช็กความพร้อมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทุกครั้งเพื่อปรับระดับแรงดันที่เหมาะสม
References
ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับโปรแกรมฟื้นฟูสุขภาพด้วยออกซิเจนความเข้มข้นสูง: Aestheta Wellness Center Hyperbaric Oxygen Therapy
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยี HBOT และประโยชน์ต่อการฟื้นฟูร่างกาย: Aestheta Wellness Center HBOT Overview
บทความวิชาการเกี่ยวกับกลไกทางการแพทย์ของ Hyperbaric Oxygen Therapy: Undersea and Hyperbaric Medical Society - HBOT Indications
งานวิจัยเกี่ยวกับการใช้ออกซิเจนความกดอากาศสูงในการเร่งการสมานแผลและชะลอวัย: National Center for Biotechnology Information - HBOT Clinical Applications
สำหรับผู้ที่กำลังสนใจเข้ารับบริการฟื้นฟูร่างกายด้วยนวัตกรรมนี้ มักเกิดคำถามว่าการทำ hbot ใช้เวลากี่นาที ต่อครั้ง และต้องเผื่อเวลาในการเข้ารับบริการไว้นานเท่าใดเพื่อให้สอดคล้องกับตารางชีวิต บทความนี้จะมาไขข้อสงสัยเกี่ยวกับระยะเวลา ขั้นตอนการทำ และแนวทางการเตรียมตัวอย่างครบถ้วน
ทำความเข้าใจนวัตกรรมออกซิเจนบำบัดความกดอากาศสูง
การบำบัดรูปแบบนี้เป็นการให้ผู้รับบริการเข้าไปนั่งหรือนอนพักผ่อนภายในห้องอุโมงค์ความดันสูง (Hyperbaric Chamber) พร้อมกับสูดดมออกซิเจนความบริสุทธิ์เกือบ 100% ภายใต้สภาพความกดอากาศที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลปกติประมาณ 1.5 ถึง 3 เท่า
กระบวนการนี้นวัตกรรมจะส่งผลให้ออกซิเจนสามารถละลายเข้าสู่ละอองพลาสม่าและน้ำเลี้ยงเซลล์ในกระแสเลือดได้มากกว่าปกติหลายเท่าตัว แม้แต่ในบริเวณที่เส้นเลือดฝอยตีบตันหรือเนื้อเยื่อที่ขาดเลือด ออกซิเจนก็ยังสามารถซึมผ่านเข้าไปฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมสภาพได้อย่างตรงจุด
คำตอบชัดเจนว่า hbot ใช้เวลากี่นาที ในแต่ละเซสชัน
โดยทั่วไปแล้ว ระยะเวลามาตรฐานสำหรับการทำทรีตเมนต์จะถูกกำหนดไว้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุดและมีความปลอดภัยเต็มที่ โดยสามารถแบ่งช่วงเวลาได้ดังนี้
ระยะเวลาเฉลี่ยของการรับบริการต่อหนึ่งครั้ง
หากนับเฉพาะช่วงเวลาที่นั่งหรือนอนพักผ่อนสูดออกซิเจนอยู่ภายในอุโมงค์บำบัด ระยะเวลามาตรฐานจะอยู่ที่ประมาณ 60 ถึง 90 นาที ต่อหนึ่งเซสชัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ได้รับการวิเคราะห์แล้วว่าเซลล์สามารถดูดซึมออกซิเจนไปใช้ประโยชน์ได้เต็มประสิทธิภาพโดยไม่เกิดภาวะเป็นพิษจากออกซิเจน
การแบ่งช่วงเวลาภายในอุโมงค์บำบัด
ตลอดช่วงเวลาทำทรีตเมนต์จะแบ่งออกเป็น 3 ช่วงหลัก ได้แก่ ช่วงปรับเพิ่มแรงดันอากาศ (Compression) ประมาณ 10-15 นาที ช่วงคงระดับแรงดันอากาศและสูดออกซิเจนบริสุทธิ์ (Treatment) ประมาณ 45-60 นาที และช่วงปรับลดแรงดันอากาศกลับสู่ระดับปกติ (Decompression) อีกประมาณ 10-15 นาที
ภาพรวมเวลาที่ต้องเผื่อไว้สำหรับการรับบริการจริงที่คลินิก
นอกเหนือจากเวลาที่อยู่ภายในอุโมงค์ความดันแล้ว ผู้รับบริการควรเผื่อเวลาทั้งหมดสำหรับการเดินทางและการเตรียมความพร้อมที่สถานพยาบาลโดยรวมประมาณ 1.5 ถึง 2 ชั่วโมง ต่อการเข้ารับบริการหนึ่งครั้ง
เวลานี้จะครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการลงทะเบียน ซักประวัติ ตรวจวัดสัญญาณชีพ เปลี่ยนชุดผ้าฝ้ายที่ปลอดภัยสำหรับการทำทรีตเมนต์ ไปจนถึงการนั่งพักปรับสมดุลร่างกายและฟังคำแนะนำหลังทำจากเจ้าหน้าที่ chuyênทาง
ประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากการฟื้นฟูร่างกายด้วยออกซิเจนความเข้มข้นสูง
การเติมออกซิเจนบริสุทธิ์เข้าสู่กระแสเลือดอย่างล้ำลึก ส่งผลดีต่อระบบการทำงานภายในร่างกายในหลากหลายมิติ
กระตุ้นการสมานแผลและลดการอักเสบ: ช่วยเร่งการสร้างหลอดเลือดใหม่และซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ส่งผลให้แผลผ่าตัด แผลศัลยกรรม หรือแผลเรื้อรังหายเร็วขึ้น
ฟื้นฟูความอ่อนเพลียเรื้อรังและแก้อาการสมองล้า: เพิ่มปริมาณออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์สมอง ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง สดชื่น และลดความเหนื่อยล้าสะสมจากการทำงาน
เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและชะลอวัย: ช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวในการกำจัดเชื้อโรค พร้อมทั้งต้านอนุมูลอิสระในระดับเซลล์
ช่วยให้การนอนหลับมีประสิทธิภาพมากขึ้น: ปรับสมดุลระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้หลับสนิทลึกขึ้นและตื่นมาพร้อมความกระปรี้กระเปร่า
สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าร่างกายของคุณต้องการการเติมออกซิเจน
หากร่างกายกำลังเผชิญกับภาวะขาดออกซิเจนในระดับเซลล์ มักจะส่งสัญญาณเตือนผ่านอาการผิดปกติเหล่านี้
รู้สึกง่วงนอนตลอดเวลา มึนหัว อ่อนเพลีย ไร้พลังงาน แม้จะนอนหลับครบ 8 ชั่วโมง
มีภาวะสมองเบลอ (Brain Fog) คิดงานช้า สมาธิสั้นลง และความจำระยะสั้นลดลง
ผิวพรรณดูหมองคล้ำ ไม่สดใส มีรอยดำหรือรอยแผลเป็นที่หายช้ากว่าปกติ
ป่วยง่าย เป็นหวัดบ่อย หรือหายจากอาการป่วยได้ช้าลงกว่าปกติ
มีอาการปวดตึงกล้ามเนื้อเรื้อรังจากการเล่นกีฬาหรือการทำงานหนัก
ขั้นตอนการเข้ารับบริการตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จสิ้นโปรแกรม
กระบวนการให้บริการถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้รับบริการได้รับความสะดวกสบายและความปลอดภัยสูงสุดในทุกขั้นตอน
การซักประวัติและประเมินโดยแพทย์: แพทย์จะทำการตรวจร่างกาย ตรวจวัดความดันโลหิต ซักประวัติโรคประจำตัวเพื่อประเมินความพร้อม
การเปลี่ยนเสื้อผ้าชนิดพิเศษ: เปลี่ยนสวมใส่ชุดผ้าฝ้ายบริสุทธิ์ 100% ที่ไม่มีส่วนผสมของใยสังเคราะห์ เพื่อป้องกันการเกิดไฟฟ้าสถิต
การเข้าไปพักผ่อนภายในอุโมงค์บำบัด: นอนหรือนั่งในอุโมงค์ความดันที่สะอาด ติดตั้งหน้ากากสูดออกซิเจนบริสุทธิ์ พร้อมมีระบบสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ภายนอกตลอดเวลา
ช่วงการปรับแรงดันอากาศ: ในช่วงแรกจะรู้สึกอื้อที่หูคล้ายเวลานั่งเครื่องบิน สามารถกลืนน้ำมัน หรือปรับเคลียร์หูได้ง่ายๆ ตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ
การพักผ่อนและเสร็จสิ้นขั้นตอน: นอนพักผ่อน ฟังเพลง หรือหลับพักผ่อนตลอด 60-90 นาที เมื่อครบเวลาเครื่องจะค่อยๆ ปรับแรงดันลงจนกลับสู่ภาวะปกติ
เปรียบเทียบระยะเวลาและการเตรียมตัวของโปรแกรมฟื้นฟูรูปแบบต่าง ๆ
การทำความเข้าใจความแตกต่างของทรีตเมนต์แต่ละประเภท จะช่วยให้คุณวางแผนเวลาในการดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม
โปรแกรมการดูแลสุขภาพ
ระยะเวลาทำทรีตเมนต์ต่อครั้ง
การเตรียมตัวล่วงหน้า
ระยะเวลาการพักฟื้น
การเติมวิตามินทางสายน้ำเกลือ (IV Drip)
30 - 45 นาที
ทานอาหารและดื่มน้ำตามปกติ
ไม่ต้องพักฟื้น ดำเนินชีวิตได้ทันที
การทำวารีบำบัดลำไส้ (Colon Hydrotherapy)
45 - 60 นาที
งดอาหารหนักก่อนทำ 1-2 ชั่วโมง
ไม่ต้องพักฟื้น อาจเข้าห้องน้ำชั่วคราว
ออกซิเจนบำบัดความกดอากาศสูง (HBOT)
60 - 90 นาที
งดใช้เครื่องสำอางและน้ำหอม
ไม่ต้องพักฟื้น รู้สึกสดชื่นทันทีหลังทำ
จำนวนครั้งที่แนะนำในการทำทรีตเมนต์เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจน
ความถี่ในการทำทรีตเมนต์ขึ้นอยู่กับเป้าหมายในการฟื้นฟูของแต่ละบุคคล โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมักแนะนำดังนี้
กลุ่มผู้ที่ต้องการฟื้นฟูความอ่อนเพลียและชะลอวัย
สำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการลดความเหนื่อยล้า เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และดูแลสุขภาพเชิงชะลอวัย แนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ต่อเนื่องกันประมาณ 5-10 ครั้ง จะรู้สึกได้ถึงความสดชื่น ผิวพรรณสดใส และการนอนหลับที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน
กลุ่มผู้ที่ต้องการเร่งการสมานแผลและลดอาการบวม
สำหรับผู้ที่เพิ่งผ่านการผ่าตัด ศัลยกรรม หรือมีแผลเรื้อรัง แนะนำให้ทำติดต่อกันวันละ 1 ครั้ง หรือวันเว้นวัน จำนวน 5-10 เซสชัน เพื่อเร่งกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและลดอาการบวมช้ำให้หายเร็วขึ้นอย่างปลอดภัย
ข้อปฏิบัติตนก่อนและหลังการเข้ารับบริการออกซิเจนบำบัด
เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดและ safety ในการทำทรีตเมนต์ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้
งดการทาครีมบำรุง โลชั่น น้ำหอม หรือเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมัน: ก่อนเข้าเครื่องเนื่องจากอาจเกิดปฏิกิริยากับออกซิเจนความเข้มข้นสูง
สวมเสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้ายบริสุทธิ์: หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่มีซิปโลหะ กระดุมโลหะ หรือผ้าใยสังเคราะห์
ถอดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และสิ่งของโลหะ: เช่น โทรศัพท์มือถือ นาฬิกา เครื่องประดับ แว่นตา และคอนแทคเลนส์ก่อนเข้าอุโมงค์
ฝึกทักษะการเคลียร์หู (Equalization): โดยการกลืนน้ำลาย บีบจมูกแล้วถอนหายใจเบาๆ หรือเคลียร์หูคล้ายตอนขึ้นเครื่องบิน
ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอทั้งก่อนและหลังทำ: เพื่อช่วยระบบไหลเวียนโลหิตและส่งเสริมการลำเลียงออกซิเจนเข้าสู่เซลล์
รายชื่อสาขาและข้อมูลการติดต่อ Aestheta Wellness Center
หากคุณสนใจเข้ารับบริการและต้องการสอบถามเพิ่มเติมว่าการทำ hbot ใช้เวลากี่นาที สำหรับโปรแกรมของคุณ สามารถติดต่อได้ตามสาขาต่างๆ ดังนี้
ชื่อสาขา
ที่อยู่สถานที่ตั้ง
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์และช่องทางติดต่อ
สาขาพาราไดซ์ พาร์ค ศรีนครินทร์
ชั้น 3 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ศรีนครินทร์ ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250
062-781-8997
https://www.aesthetaclinic.com
สาขารัชดา-จตุจักร
ชั้น 3 อาคาร Well Aesthetic & Wellness Center เลขที่ 8/2 ถนนจันทรเกษม แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
062-781-8997
https://www.aesthetaclinic.com
สาขาเซ็นทรัลเวิลด์
ยูนิต KC506 ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เลขที่ 999/9 ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
081-819-1854
https://www.aesthetaclinic.com
ประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญและการดูแลผู้รับบริการ
จากการดูแลผู้รับบริการหน้างานจริงที่ Aestheta Wellness Center ทีมแพทย์พบว่าคนไข้ส่วนใหญ่ที่มีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง นอนไม่หลับ หรือผู้ที่เพิ่งทำศัลยกรรม มักจะมีความกังวลเรื่องการอยู่ภายในอุโมงค์ความดันแคบๆ และกลัวว่าจะใช้เวลานานเกินไป
ในการดูแลจริง ทีมผู้เชี่ยวชาญจะทำการปรีฟข้อมูลและดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา คนไข้หลายท่านสะท้อนตรงกันว่า หลังจากเข้าไปนอนพักผ่อนสูดออกซิเจนบริสุทธิ์เพียงไม่กี่นาที จะรู้สึกผ่อนคลาย อุ่นสบาย และหลับสนิทไปตลอด 60 นาที โดยไม่รู้สึกอึดอัดเลย และเมื่อทำครบเซสชันแรก คนไข้ส่วนใหญ่รู้สึกตื่นมาพร้อมความโปร่งเบาในหัว อาการมึนหัวหายไป และแผลศัลยกรรมยุบบวมลงได้อย่างน่าประทับใจ
ทำไมถึงต้องไว้วางใจให้เราดูแลคุณ
ที่ Aestheta Wellness Center เรามุ่งเน้นการให้บริการด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยและได้มาตรฐานสากล อุโมงค์ความดันออกซิเจนบำบัดของเราได้รับการดูแลและตรวจสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ทำความสะอาดฆ่าเชื้อทุกครั้งก่อนและหลังใช้งาน มีการควบคุมระดับความดันและปริมาณออกซิเจนอย่างแม่นยำภายใต้การดูแลของทีมแพทย์และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ คุณจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับการฟื้นฟูสุขภาพที่ปลอดภัย สบายใจ และเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำออกซิเจนบำบัด
ระหว่างอยู่ในอุโมงค์บำบัด สามารถนอนหลับได้หรือไม่
สามารถนอนหลับพักผ่อนได้ตามปกติ และการนอนหลับสบายนับเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะช่วยให้ร่างกายและระบบประสาทได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ในขณะที่ได้รับออกซิเจนบริสุทธิ์
คนที่เป็นโรคกลัวที่แคบ (Claustrophobia) สามารถทำได้ไหม
ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการ อุโมงค์ความดันรุ่นใหม่ได้รับการออกแบบให้มีความโปร่ง มีช่องกระจกมองเห็นภายนอกชัดเจน และมีระบบไฟส่องสว่างที่สบายตา รวมถึงสามารถสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา หากมีอาการไม่รุนแรงสามารถเข้ารับบริการได้โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลใกล้ชิด
หลังทำเสร็จแล้ว สามารถขับรถ หรือกลับไปทำงานตามปกติได้ทันทีไหม
สามารถกลับไปทำกิจกรรมประจำวัน ขับรถ หรือทำงานได้ตามปกติทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้น เนื่องจากไม่มีบาดแผลและไม่มีการใช้ยาสลบหรือยาชาใดๆ
มีความรู้สึกหูอื้อเหมือนตอนอยู่บนเครื่องบินหรือไม่
มีความรู้สึกหูอื้อได้เล็กน้อยในช่วงที่มีการปรับเพิ่มแรงดันอากาศใน 10-15 นาทีแรก ซึ่งถือเป็นอาการปกติ สามารถแก้ไขได้ง่ายด้วยการกลืนน้ำลาย หาว หรือบีบจมูกแล้วถอนหายใจเบาๆ
เด็กหรือผู้สูงอายุ สามารถเข้ารับการบำบัดด้วยวิธีนี้ได้หรือไม่
สามารถทำได้ทั้งในเด็กและผู้สูงอายุ โดยจะต้องผ่านการประเมินสภาพร่างกายและรับการตรวจเช็กความพร้อมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทุกครั้งเพื่อปรับระดับแรงดันที่เหมาะสม
References
ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับโปรแกรมฟื้นฟูสุขภาพด้วยออกซิเจนความเข้มข้นสูง: Aestheta Wellness Center Hyperbaric Oxygen Therapy
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยี HBOT และประโยชน์ต่อการฟื้นฟูร่างกาย: Aestheta Wellness Center HBOT Overview
บทความวิชาการเกี่ยวกับกลไกทางการแพทย์ของ Hyperbaric Oxygen Therapy: Undersea and Hyperbaric Medical Society - HBOT Indications
งานวิจัยเกี่ยวกับการใช้ออกซิเจนความกดอากาศสูงในการเร่งการสมานแผลและชะลอวัย: National Center for Biotechnology Information - HBOT Clinical Applications
Related Content
In an era of global warming, where the body is constantly exposed to pollution and PM2.5, the oxygen we breathe in everyday life may not be enough to fully support the repair of weakened or damaged cells.
This is why Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT) has become a secret wellness essential among celebrities and premium health enthusiasts at Aestheta Wellness.
Aestheta Wellness and Aesthetic Center had the opportunity to welcome the team from Novo Nordisk (Thailand), a global healthcare company with over 90 years of innovation and leadership, along with a team of doctors from Vietnam.


