HBOT ปวดหู ระหว่างทำ เกิดจากอะไร และต้องทำอย่างไร

ความรู้สึกหูอื้อหรือปวดหูช่วงเริ่มเพิ่มแรงดัน เป็นเรื่องที่หลายคนกังวลก่อนลองทำครั้งแรก คำถาม HBOT ปวดหู จึงเป็นหนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับการบำบัดด้วยออกซิเจนแรงดันสูง
อาการนี้คล้ายตอนเครื่องบินกำลังลงจอด ที่หูอื้อจนต้องกลืนน้ำลายหรือหาวให้หู “ป๊อป” ข่าวดีคือส่วนใหญ่ป้องกันได้ ถ้ารู้วิธีปรับแรงดันหูและสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ตั้งแต่แรก
บทความนี้อธิบายว่าทำไมหูถึงปวด อาการแบบไหนปกติ แบบไหนต้องบอกเจ้าหน้าที่ และเตรียมตัวอย่างไร ดูรายละเอียดบริการได้ที่ Hyperbaric Oxygen Therapy ที่ Aestheta
สรุปใน 1 นาที
HBOT ปวดหู เกิดจากแรงดันในห้องบำบัดเพิ่มขึ้นเร็วกว่าแรงดันในหูชั้นกลาง ทำให้แก้วหูถูกดันเข้าด้านใน วิธีป้องกันคือปรับแรงดันหูตั้งแต่เริ่ม เช่น กลืนน้ำลาย หาว ขยับกราม หรือบีบจมูกแล้วเป่าลมเบา ๆ หากยังปวด ให้บอกเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อชะลอหรือหยุดการเพิ่มแรงดัน ผู้ที่เป็นหวัด คัดจมูก หรือมีปัญหาหู ควรแจ้งก่อนทำ ที่ Aestheta บริการ Hyperbaric ราคาปกติ 5,990 บาท ราคาโปรโมชัน 3,990 บาท
สารบัญ
1. HBOT ปวดหู เกิดจากอะไร
2. ปวดหูแบบไหนปกติ แบบไหนต้องบอกเจ้าหน้าที่
3. วิธีปรับแรงดันหูระหว่างทำ
4. เตรียมตัวก่อนทำ ลดโอกาสปวดหู
5. หลังทำแล้วยังปวดหู ควรทำอย่างไร
6. Hyperbaric Oxygen Therapy ที่ Aestheta
7. ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ
8. คำถามที่พบบ่อย
9. สรุป
HBOT ปวดหู เกิดจากอะไร
อาการ HBOT ปวดหู เกิดจากความต่างของแรงดัน ระหว่างการบำบัด แรงดันอากาศในห้องจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น แต่หูชั้นกลางเป็นช่องปิดที่มีอากาศอยู่ข้างใน ถ้าแรงดันในหูปรับตามไม่ทัน แก้วหูจะถูกดันเข้าไป ทำให้รู้สึกอื้อ ตึง หรือปวด
ตัวที่ช่วยปรับแรงดันคือท่อยูสเตเชียน ซึ่งเชื่อมหูชั้นกลางกับโพรงหลังจมูก ท่อนี้จะเปิดเวลาเรากลืนหรือหาว ถ้าท่อบวมจากหวัดหรือภูมิแพ้ อากาศจะผ่านได้ยาก อาการปวดหูจึงเกิดง่ายขึ้น
บางคนจึงปวดหูง่ายกว่าคนอื่น เช่น คนที่เป็นหวัด ภูมิแพ้ หรือไซนัสอักเสบอยู่ คนที่มักหูอื้อนานเวลานั่งเครื่องบิน และคนที่ไม่คุ้นกับการปรับแรงดันหู ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มนี้ ไม่ได้แปลว่าทำไม่ได้ แต่ควรบอกเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าเพื่อให้ดูแลใกล้ชิดขึ้น
งานวิจัยในโรงพยาบาลที่ติดตามผู้รับการบำบัดกว่า 200 คน พบว่าแรงดันกระทบหูชั้นกลางเกิดได้ค่อนข้างบ่อย แต่ส่วนใหญ่อยู่ในระดับเล็กน้อย
ปวดหูแบบไหนปกติ แบบไหนต้องบอกเจ้าหน้าที่
| อาการ | ความหมาย | ควรทำอย่างไร |
|---|---|---|
| หูอื้อ รู้สึกตึง ๆ | แรงดันเริ่มเปลี่ยน พบได้ปกติ | กลืน หาว หรือขยับกรามเพื่อปรับแรงดัน |
| ปวดหูเล็กน้อย หายเมื่อปรับแรงดันได้ | หูปรับตามไม่ทันชั่วคราว | ปรับแรงดันบ่อยขึ้น และแจ้งเจ้าหน้าที่ |
| ปวดหูมากขึ้นเรื่อย ๆ ปรับแรงดันไม่ได้ | ท่อยูสเตเชียนอาจเปิดไม่ได้ | บอกเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อหยุดเพิ่มแรงดัน |
| เวียนหัว มีเสียงในหู มีน้ำหรือเลือดออกจากหู | อาจมีการบาดเจ็บของหู | แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที และพบแพทย์ |
วิธีปรับแรงดันหูระหว่างทำ
เหมือนตอนเครื่องบินลงจอด เคล็ดลับคือเริ่มปรับแรงดันตั้งแต่แรก ไม่ต้องรอให้ปวด
- กลืนน้ำลายหรือจิบน้ำ: การกลืนช่วยเปิดท่อยูสเตเชียน
- หาวหรืออ้าปากกว้าง: ขยับกรามไปมาเบา ๆ ช่วยให้อากาศผ่านเข้าหูชั้นกลาง
- บีบจมูกแล้วเป่าลมเบา ๆ: ปิดปาก บีบจมูก แล้วเป่าลมออกทางจมูกอย่างนุ่มนวลจนรู้สึกหู “ป๊อป” ห้ามเป่าแรง
- บีบจมูกแล้วกลืน: อีกวิธีที่ช่วยปรับแรงดันได้ในบางคน
- ไม่นอนหลับช่วงเพิ่มแรงดัน: เพราะจะไม่ได้กลืนหรือปรับแรงดันตามจังหวะ
- บอกเจ้าหน้าที่ทันทีเมื่อปวด: เจ้าหน้าที่ชะลอ หยุด หรือลดแรงดันลงเล็กน้อยเพื่อให้หูปรับตัวได้
ช่วงที่หูต้องปรับมากที่สุดคือช่วงเริ่มเพิ่มแรงดัน ให้ปรับทุกครั้งที่เริ่มรู้สึกอื้อ ไม่ต้องรอจนปวด ส่วนช่วงท้ายที่ค่อย ๆ ลดแรงดันลง หูมักปรับตัวได้เองง่ายกว่า อาจรู้สึกหู “ป๊อป” เบา ๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
เตรียมตัวก่อนทำ ลดโอกาสปวดหู
การเตรียมตัวที่ดีช่วยลดโอกาสปวดหูได้มาก โดยเฉพาะการบำบัดครั้งแรก ลองเช็กรายการต่อไปนี้ก่อนวันนัด
- แจ้งอาการหวัด คัดจมูก ไซนัสอักเสบ หรือภูมิแพ้กำเริบ: อาจต้องเลื่อนการบำบัดออกไปก่อน
- แจ้งประวัติหู: เช่น แก้วหูทะลุ หูอักเสบ หรือเคยผ่าตัดหู
- ฝึกปรับแรงดันหูก่อนเข้าห้อง: ลองกลืนหรือเป่าลมเบา ๆ ให้คุ้นกับความรู้สึก “ป๊อป”
- ดื่มน้ำและเตรียมน้ำไว้จิบ: ช่วยให้กลืนได้ง่ายระหว่างทำ
การบำบัดด้วยออกซิเจนแรงดันสูงอาจไม่เหมาะกับบางคน เช่น ผู้มีภาวะปอดรั่วที่ยังไม่ได้รักษา ผู้ที่มีโรคปอดหรือโรคประจำตัวควรแจ้งเจ้าหน้าที่และแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง
หลังทำแล้วยังปวดหู ควรทำอย่างไร
อาการหูอื้อเล็กน้อยหลังทำมักหายเองในเวลาไม่นาน ลองกลืน หาว หรือขยับกรามต่อ หากหูอื้อหรือปวดไม่ดีขึ้น ได้ยินลดลง เวียนหัว หรือมีน้ำหรือเลือดออกจากหู ควรแจ้งคลินิกและพบแพทย์ก่อนเข้ารับการบำบัดครั้งถัดไป
ถ้าครั้งก่อนเคยปวดหู ให้บอกเจ้าหน้าที่ทุกครั้งก่อนเริ่มบำบัดครั้งถัดไป เจ้าหน้าที่จะได้เพิ่มแรงดันช้าลง และเตือนจังหวะให้คุณปรับแรงดันหู หลายคนพบว่าครั้งหลัง ๆ สบายขึ้นเมื่อคุ้นกับวิธีปรับแรงดันแล้ว
Hyperbaric Oxygen Therapy ที่ Aestheta
Hyperbaric Oxygen Therapy หรือ HBOT คือการบำบัดด้วยออกซิเจนในห้องที่มีแรงดันอากาศสูงกว่าปกติ ที่ Aestheta หน้า Hyperbaric แสดงราคาปกติ 5,990 บาท ราคาโปรโมชันขณะนี้ 3,990 บาท ราคาโปรอาจเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา
ก่อนเริ่มบำบัด เจ้าหน้าที่จะซักประวัติและแนะนำวิธีปรับแรงดันหู หากเป็นครั้งแรก แนะนำให้แจ้งว่ากังวลเรื่องหู เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดูแลจังหวะการเพิ่มแรงดันอย่างใกล้ชิด
ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ
อาการปวดหูส่วนใหญ่ระหว่างการบำบัดเป็นระดับเล็กน้อยและป้องกันได้ แต่ไม่ควรฝืนทนเมื่อปวดมาก การบอกเจ้าหน้าที่ทันทีช่วยลดความเสี่ยงการบาดเจ็บของหู และไม่ควรใช้ยาหยอดหูหรือยาลดน้ำมูกเองก่อนบำบัดโดยไม่ปรึกษาแพทย์
ผู้ที่มีโรคประจำตัว ตั้งครรภ์ หรือใช้ยาเป็นประจำ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนรับการบำบัด ผลลัพธ์และความรู้สึกระหว่างทำแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
คำถามที่พบบ่อย
ทำ HBOT ครั้งแรกจะปวดหูทุกคนไหม
ไม่ทุกคน หลายคนรู้สึกแค่หูอื้อเล็กน้อยและปรับแรงดันได้ด้วยการกลืนหรือหาว คนที่มีหวัดหรือภูมิแพ้มีโอกาสปวดหูมากกว่า
ถ้าปวดหูระหว่างทำ หยุดกลางคันได้ไหม
ได้ บอกเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่สามารถชะลอ หยุด หรือลดแรงดันลงเพื่อให้หูปรับตัว
เป็นหวัดอยู่ ทำ HBOT ได้ไหม
ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อน เพราะอาการคัดจมูกทำให้ปรับแรงดันหูยาก อาจต้องเลื่อนการบำบัดจนหายดี
หูอื้อหลังทำนานแค่ไหนถึงควรกังวล
หากหูอื้อหรือปวดไม่ดีขึ้น ได้ยินลดลง หรือมีน้ำหรือเลือดออกจากหู ควรพบแพทย์ก่อนรับการบำบัดครั้งต่อไป
HBOT ที่ Aestheta ราคาเท่าไร
ราคาปกติ 5,990 บาท ราคาโปรโมชันขณะนี้ 3,990 บาท ราคาโปรอาจเปลี่ยนแปลง
สรุป
อาการ HBOT ปวดหู เกิดจากหูปรับแรงดันตามห้องบำบัดไม่ทัน เหมือนตอนเครื่องบินลงจอด วิธีรับมือคือปรับแรงดันหูตั้งแต่เริ่ม แจ้งอาการหวัดหรือปัญหาหูล่วงหน้า และบอกเจ้าหน้าที่ทันทีเมื่อปวด แค่นี้การบำบัดก็จะสบายขึ้นมาก
กังวลเรื่องหูก่อนทำ HBOT ครั้งแรก?
ปรึกษาเจ้าหน้าที่ก่อนเริ่มบำบัดได้ ดูรายละเอียดที่ Hyperbaric Oxygen Therapy
จองคิวผ่าน LINE @Aestheta หรือโทร 02-127-0475 · สาขา Well Aesthetic รัชดา ชั้น 3 · Paradise Park ชั้น 3 · CentralwOrld ชั้น 5
Reference
Heyboer M, Wojcik SM, Grant WD, Chambers P, Jennings S, Adcock P. Middle ear barotrauma in hyperbaric oxygen therapy. Undersea Hyperb Med, 2014;41(5):393-397.
Heyboer M, Sharma D, Santiago W, McCulloch N. Hyperbaric oxygen therapy: side effects defined and quantified. Adv Wound Care (New Rochelle), 2017;6(6):210-224.


