Emsculpt คนท้อง / ให้นมบุตร ทำได้หรือไม่ | Aesthetaclinic
28 Views

ความก้าวหน้าทางการแพทย์ด้านการดูแลรูปร่างและสร้างมวลกล้ามเนื้อ ทำให้เทคโนโลยีพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มข้นสูง หรือ HIFEM กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับคนที่ต้องการสร้างความแน่นตึงของกล้ามเนื้อ สลายไขมันสะสม และกระชับสัดส่วนเฉพาะจุดโดยไม่ต้องผ่าตัด ทว่าสำหรับกลุ่มคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ คุณแม่หลังคลอดบุตร หรือคุณแม่ที่อยู่ระหว่างการให้นมลูกน้อย มักเกิดความกังวลใจเกี่ยวกับความปลอดภัยทางการแพทย์อย่างมาก เนื่องจากสภาวะทางกายภาพและระบบฮอร์โมนของคุณแม่มีความละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ
ข้อสงสัยสำคัญที่ว่า emsculpt คนท้อง หรือคุณแม่ที่กำลังให้นมบุตร สามารถเข้ารับบริการได้หรือไม่ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าพลังงานสูงจะส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ รบกวนมดลูก หรือส่งผลเสียต่อคุณภาพและปริมาณน้ำนมแม่หรือไม่ ถือเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาตามหลักกายวิภาคศาสตร์และความปลอดภัยทางการแพทย์อย่างรวดกุม บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกทุกคำตอบอย่างรอบด้าน เพื่อให้คุณแม่สามารถวางแผนดูแลรูปร่างได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยที่สุด
ทำความรู้จักเทคโนโลยีพลังงาน HIFEM กับการสร้างกล้ามเนื้อ
นวัตกรรมสร้างมวลกล้ามเนื้อและสลายไขมันนี้ ทำงานด้วยการส่งผ่านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มข้นสูง หรือ High-Intensity Focused Electromagnetic (HIFEM) ลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อโดยตรง
คลื่นพลังงานจะเข้าไปกระตุ้นเซลล์ประสาทมอเตอร์ ส่งผลให้กล้ามเนื้อเกิดการหดตัวและเกร็งตัวแบบขั้นสุด หรือ Supramaximal Contraction ในระดับความถี่สูง การทำทรีตเมนต์เพียง 30 นาที สามารถกระตุ้นกล้ามเนื้อให้หดเกร็งได้เทียบเท่ากับการออกกำลังกายหนักๆ เช่น การซิทอัพหรือสควอทประมาณ 20,000 ครั้ง ส่งผลให้เกิดการสร้างเส้นใยกล้ามเนื้อใหม่ที่หนาแน่นขึ้น ควบคู่ไปกับการเร่งสลายเซลล์ไขมันส่วนเกินบริเวณรอบข้างอย่างเป็นธรรมชาติ
ไขข้อสงสัย emsculpt คนท้อง ทำได้หรือไม่ ในทางการแพทย์
คำตอบทางการแพทย์สำหรับประเด็น emsculpt คนท้อง คือ ห้ามทำเด็ดขาดในทุกกรณีและทุกช่วงอายุครรภ์
สตรีที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ถือเป็นข้อห้ามเด็ดขาด (Absolute Contraindication) ทางการแพทย์ในการเข้ารับบริการทรีตเมนต์ที่ใช้พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มข้นสูง เนื่องจากสนามแม่เหล็กไฟฟ้ากำลังสูงสามารถส่งผ่านเข้าสู่ชั้นลึกของร่างกาย ก่อให้เกิดการหดเกร็งอย่างรุนแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้องและมดลูก ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะมดลูกบีบตัวผิดปกติ ภาวะเลือดออกในช่องคลอด รกเกาะต่ำลอกตัวก่อนกำหนด หรือเสี่ยงต่อการแท้งบุตรและการคลอดก่อนกำหนดที่เป็นอันตรายต่อชีวิตทารกในครรภ์
สตรีที่อยู่ระหว่างการให้นมบุตร สามารถทำ Emsculpt ได้หรือไม่
สำหรับคุณแม่หลังคลอดที่อยู่ระหว่างการให้นมบุตร คำตอบทางการแพทย์สามารถแบ่งออกตาม ตำแหน่งที่ต้องการทำทรีตเมนต์
หากคุณแม่ต้องการทำในบริเวณที่ห่างไกลจากเต้านม เช่น บริเวณต้นขา น่อง หรือต้นแขน สามารถพิจารณาทำได้ปลอดภัย เนื่องจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า HIFEM เป็นพลังงานเฉพาะจุดที่ไม่ปล่อยสารเคมี ตัวยา หรือสารรังสีใดๆ เข้าสู่กระแสเลือด จึงไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเต้านม หรือคุณภาพและปริมาณของน้ำนมแม่ อย่างไรก็ตาม หากต้องการทำบริเวณหน้าท้องหรือบั้นท้าย แนะนำให้เว้นระยะรอให้ร่างกายและมดลูกฟื้นตัวสมบูรณ์หลังคลอดเสียก่อน
ทำไมถึงไม่ควรทำบริเวณหน้าท้องและสะโพกช่วงหลังคลอดใหม่ๆ
การทำทรีตเมนต์บริเวณหน้าท้องทันทีหลังคลอดบุตร โดยเฉพาะในช่วงที่ยังให้นมบุตรและมดลูกยังไม่เข้าอู่ อาจก่อให้เกิดผลเสียทางการแพทย์ได้
หลังการคลอดบุตร มดลูกและอวัยวะภายในช่องท้องของคุณแม่ต้องการเวลาในการหดตัวกลับคืนสู่ขนาดปกติ หากได้รับแรงกระตุกจากการหดเกร็งขั้นสุดของกล้ามเนื้อหน้าท้องจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อาจทำให้เกิดอาการปวดเกร็งมดลูกอย่างรุนแรง เลือดขับน้ำคาวปลาไหลผิดปกติ หรือหากเป็นคุณแม่ที่ผ่าตัดคลอด คลื่นพลังงานและการเกร็งตัวของกล้ามเนื้ออาจไปรบกวนแผลผ่าตัดใต้ชั้นผิวที่ยังไม่หายสนิท ก่อให้เกิดอาการระบม อักเสบ หรือแผลปริแยกได้
ระยะเวลาที่ปลอดภัยสำหรับการเริ่มทำทรีตเมนต์หลังคลอดบุตร
การเริ่มต้นกู้รูปร่างและฟื้นฟูกล้ามเนื้อหน้าท้องหลังคลอด ควรทำภายใต้กรอบเวลาทางการแพทย์ที่เหมาะสม
คุณแม่ที่คลอดธรรมชาติ: สามารถเริ่มเข้ารับการประเมินเพื่อทำทรีตเมนต์บริเวณหน้าท้องและสะโพกได้หลังคลอดประมาณ 2 ถึง 3 เดือนขึ้นไป เมื่อมดลูกเข้าอู่สมบูรณ์และร่างกายฟื้นตัวดี
คุณแม่ที่ผ่าตัดคลอด (C-Section): ควรงดเว้นการทำบริเวณหน้าท้องอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป เพื่อรอให้แผลผ่าตัดชั้นผิวหนัง ชั้นไขมัน และผนังมดลูกสมานตัวกันสนิทร้อยเปอร์เซ็นต์
การทำบริเวณอื่น (ต้นแขน/ต้นขา): สามารถเริ่มทำได้หลังคลอดประมาณ 1 ถึง 2 เดือน เมื่อคุณแม่ไม่มีอาการอ่อนเพลียรุนแรง
ประโยชน์ของการทำ Emsculpt สำหรับคุณแม่หลังคลอดเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
เมื่อพ้นช่วงงดเว้นทางการแพทย์แล้ว นวัตกรรมนี้ถือเป็นตัวช่วยอันทรงพลังในการฟื้นฟูรูปร่างให้แก่คุณแม่หลังคลอด
ปัญหาใหญ่ของคุณแม่หลังคลอดคือ ภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกตัว (Diastasis Recti) ซึ่งเกิดจากการขยายตัวของมดลูกระหว่างตั้งครรภ์ ทำให้ผืนกล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนกลางแยกออกจากกัน เกิดเป็นพุงย้วยที่ไม่ว่าจะออกกำลังกายหนักแค่ไหนก็ไม่แบนราบ คลื่นพลังงาน HIFEM มีงานวิจัยทางการแพทย์รองรับว่า สามารถช่วยดึงดึงเส้นใยกล้ามเนื้อหน้าท้องที่แยกตัวให้กลับมาชิดติดกันแน่นตึงขึ้น ช่วยลดขนาดพุงย้วยหลังคลอด และกระชับบั้นท้ายที่หย่อนยานได้อย่างเห็นผล
ข้อห้ามทางการแพทย์สำคัญอื่นๆ ที่ต้องระมัดระวัง
นอกเหนือจากสภาวะการตั้งครรภ์แล้ว ยังมีข้อห้ามทางการแพทย์สำคัญอื่นๆ ที่ไม่ควรกระทำทรีตเมนต์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
ผู้ที่มีการฝังอุปกรณ์โลหะ แผ่นเหล็ก นอต หรือสกรูดามกระดูก บริเวณที่จะทำ
ผู้ที่ฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรือเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ
สตรีที่ใส่ห่วงอนามัยคุมกำเนิดชนิดโลหะทองแดง (หากต้องการทำบริเวณหน้าท้อง)
ผู้ที่มีบาดแผลเปิด แผลผ่าตัดใหม่ หรือมีการติดเชื้อบริเวณผิวหนังที่จะทำ
ผู้ที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง หรือป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาทชักกระตุก
ขั้นตอนการประเมินความปลอดภัยโดยแพทย์ก่อนเริ่มทำทรีตเมนต์
กระบวนการดูแลในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน จะเน้นการซักประวัติและประเมินทางกายภาพของคุณแม่อย่างถี่ถ้วน
การซักประวัติการตั้งครรภ์ ประวัติการคลอดบุตร ระยะเวลาหลังคลอด และรูปแบบการให้นมบุตรอย่างละเอียด
การตรวจเช็กสภาพแผลผ่าตัดเดิม (กรณีผ่าคลอด) และประเมินระยะการแยกตัวของกล้ามเนื้อหน้าท้อง
การประเมินโครงสร้างมวลกล้ามเนื้อ ชั้นไขมัน และกำหนดตำแหน่งวางหัวแอปพลิเคเตอร์อย่างปลอดภัย
การทดสอบปล่อยพลังงานในระดับต่ำเพื่อประเมินการตอบสนองและความสบายของคุณแม่
การควบคุมระดับพลังงานและความปลอดภัยตลอดระยะเวลาทำทรีตเมนต์ 30 นาที
ตารางสรุปเงื่อนไขความปลอดภัยในการทำ Emsculpt สำหรับคุณแม่
การศึกษาตารางสรุป จะช่วยให้คุณแม่เข้าใจหลักการพิจารณาความปลอดภัยได้อย่างชัดเจน
สภาวะของคุณแม่
บริเวณที่ต้องการทำ
สรุปผลการประเมินทางการแพทย์
อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ (ทุกไตรมาส)
ทุกตำแหน่งของร่างกาย
ห้ามทำเด็ดขาด (เสี่ยงต่อทารกและมดลูกบีบตัว)
ให้นมบุตร (คลอดธรรมชาติ > 3 เดือน)
หน้าท้อง / บั้นท้าย
ทำได้ปลอดภัย (มดลูกเข้าอู่แล้ว ไม่กระทบน้ำนม)
ให้นมบุตร (ผ่าตัดคลอด < 6 เดือน)
หน้าท้อง
ควรงดเว้นก่อน (รอแผลผ่าตัดใต้ผิวสมานตัวสนิท)
ให้นมบุตร (หลังคลอด > 1-2 เดือน)
ต้นแขน / ต้นขา / น่อง
ทำได้ปลอดภัย (ห่างจากเต้านม ไม่กระทบน้ำนม)
แนวทางการดูแลสัดส่วนทางเลือกอื่นที่ปลอดภัยสำหรับคุณแม่ให้นมบุตร
หากคุณแม่อยู่ในช่วงหลังคลอดใหม่ๆ และต้องการดูแลรูปร่าง ยังมีนวัตกรรมทางเลือกทางการแพทย์อื่นที่ปลอดภัย
นวัตกรรมคลื่นความร้อนลึก 448 kHz (Indiba): ช่วยสลายเซลลูไลท์ กระชับผิวหน้าท้องย้วย และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตได้อย่างนุ่มนวล ปลอดภัยต่อคุณแม่ให้นมบุตร
การทำโภชนบำบัดหลังคลอด: ปรับสัดส่วนอาหารเน้นโปรตีนคุณภาพสูงและไขมันดี โดยไม่ลดแคลอรีรุนแรง เพื่อให้ได้สารอาหารบำรุงน้ำนมพร้อมควบคุมน้ำหนัก
การออกกำลังกายฟื้นฟูอุ้งเชิงโครงและแกนกลาง: ฝึกการหายใจลึกๆ และเล่นพิลาทีสเบาๆ เพื่อเตรียมความพร้อมของกล้ามเนื้อก่อนเริ่มทำทรีตเมนต์
ข้อมูลการติดต่อศูนย์ดูแลสุขภาพ Aestheta Wellness Center ทุกสาขา
หากคุณแม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับประเด็น emsculpt คนท้อง หรือต้องการนัดหมายแพทย์เพื่อประเมินความพร้อมหลังคลอด สามารถติดต่อ Aestheta Wellness Center ได้ตามสาขาดังนี้
Aestheta Wellness Center สาขาพาราไดซ์ พาร์ค ศรีนครินทร์
ศูนย์ดูแลสุขภาพและเวชศาสตร์ชะลอวัยแบบองค์รวม พร้อมให้คำปรึกษาด้านการดูแลรูปร่างและควบคุมน้ำหนักอย่างปลอดภัยภายใต้มาตรฐานสากล
ที่อยู่: ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 3 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250
เบอร์โทรศัพท์: 02-127-0475
เว็บไซต์/โซเชียลมีเดีย: https://www.aesthetaclinic.com
Aestheta Wellness and Aesthetic สาขารัชดา-จตุจักร
คลินิกนวัตกรรมสุขภาพและผิวพรรณ บรรยากาศพรีเมียม เดินทางสะดวกสบาย รองรับการตรวจวิเคราะห์ระดับสารเคมีและออกแบบโปรแกรมลดน้ำหนักเฉพาะบุคคล
ที่อยู่: ชั้น 3 อาคาร Well Aesthetic & Wellness Center เลขที่ 8/2 ถนนจันทรเกษม แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
เบอร์โทรศัพท์: 062-781-8997
เว็บไซต์/โซเชียลมีเดีย: https://www.aesthetaclinic.com
Aestheta Clinic สาขาเซ็นทรัลเวิลด์
สถานบริการสุขภาพและเวชศาสตร์ความงามระดับลักชัวรี ทำเลใจกลางเมือง ตอบโจทย์คนทำงานยุคใหม่ที่ต้องการปรับพฤติกรรมสุขภาพและดูแลรูปร่าง
ที่อยู่: ยูนิต KC506 ชั้น 5 โซน Urban Balance ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เลขที่ 999/9 ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
เบอร์โทรศัพท์: 081-819-1854
เว็บไซต์/โซเชียลมีเดีย: https://www.aesthetaclinic.com
ประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญและการดูแลผู้รับบริการหน้างานจริง
จากการปฏิบัติงานจริงของทีมแพทย์ที่ Aestheta Wellness Center เราพบคุณแม่หลังคลอดจำนวนมากที่เข้ามาปรึกษาด้วยความตระหนกเรื่องพุงย้วยและภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกตัว โดยหลายท่านต้องการทำทรีตเมนต์ทันทีหลังคลอดเพียงไม่กี่สัปดาห์
ในเคสการดูแลจริง คุณแม่ผ่าตัดคลอดท่านหนึ่งมาปรึกษาหลังคลอดได้ 2 เดือนเนื่องจากพุงย้วย แพทย์ได้ทำการตรวจประเมินแผลผ่าตัดและมดลูก พบว่าแผลใต้ผิวหนังยังสมานตัวไม่สมบูรณ์ แพทย์จึงแนะนำให้ชะลอการทำ Emsculpt บริเวณหน้าท้องออกไปก่อน โดยให้เริ่มทำทรีตเมนต์ความร้อนลึกนุ่มนวลกระชับผิวภายนอกและจัดตารางโภชนบำบัดแทน เมื่อคุณแม่ผ่าคลอดครบ 6 เดือนตามเกณฑ์ แพทย์จึงเริ่มโปรแกรมสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้อง ผลลัพธ์หน้างานจริงคือ กล้ามเนื้อหน้าท้องกลับมา ชิดติดกัน แน่นตึง พุงย้วยยุบลงอย่างปลอดภัยโดยไม่มีอาการระบมแผลเดิม ประสบการณ์ตรงนี้ยืนยันว่าการปฏิบัติตามกรอบเวลาทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด ช่วยให้คุณแม่ได้รับผลลัพธ์ที่สวยงามและปลอดภัยที่สุด
ทำไมถึงต้องไว้วางใจให้เราดูแลคุณ
ที่ Aestheta Wellness Center เรายึดถือมาตรฐานความปลอดภัยทางการแพทย์เป็นสำคัญที่สุด อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่เราเลือกใช้เป็นเครื่องแท้มาตรฐานสากลที่ได้รับอนุมัติความปลอดภัยจาก US FDA และ อย. ประเทศไทย ทุกเคสของคุณแม่หลังคลอดจะได้รับการประเมินประวัติการคลอด สภาพมดลูก และความพร้อมของร่างกายโดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและปรับสัดส่วนโดยตรง มีการวางแผนและควบคุมระดับพลังงานอย่างพิถีพิถัน คุณแม่จึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลที่ใส่ใจ ถูกต้องตามหลักการแพทย์ และสัมผัสผลลัพธ์หุ่นสวยหลังคลอดได้อย่างสบายใจร้อยเปอร์เซ็นต์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ Emsculpt สำหรับคุณแม่
หากไม่รู้ตัวว่ากำลังตั้งครรภ์ แล้วหลงไปทำ Emsculpt จะเป็นอันตรายมากไหม
หากเพิ่งตั้งครรภ์อ่อนๆ และเผลอทำไป ควรรีบแจ้งแพทย์ประเมินทันทีและงดการทำเซสชันถัดไปเด็ดขาด แม้จะยังไม่มีรายงานผลกระทบสะสมในเคสหลุด แต่การหยุดพักทรีตเมนต์คือทางออกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับทารกในครรภ์
การทำ Emsculpt บริเวณหน้าท้อง จะทำให้น้ำนมแม่หดหายหรือไม่
หากทำหลังคลอดตามกรอบเวลาที่เหมาะสม (หลังคลอด 3-6 เดือนขึ้นไป) คลื่นแม่เหล็กจะทำงานเฉพาะที่กล้ามเนื้อหน้าท้อง ไม่ได้ส่งผลต่อฮอร์โมนโพรแลกตินในสมอง จึงไม่ทำให้น้ำนมแม่หดหาย
คุณแม่ให้นมบุตร สามารถทำ Emsculpt บริเวณต้นแขนได้ทันทีหรือไม่
สามารถทำได้ หากผ่านการคลอดมาแล้วประมาณ 1 ถึง 2 เดือน และร่างกายไม่มีอาการอ่อนเพลียรุนแรง เนื่องจากบริเวณต้นแขนอยู่ห่างจากมดลูกและเต้านม ไม่ส่งผลกระทบต่อการให้นม
หลังผ่าตัดคลอด 3 เดือน ทำไมถึงยังไม่แนะนำให้ทำบริเวณหน้าท้อง
เพราะแม้แผลผ่าตัดบนผิวหนังภายนอกจะดูแห้งสนิท แต่แผลผ่าตัดชั้นกล้ามเนื้อหน้าท้องและผนังมดลูกภายในยังคงอยู่ในกระบวนการซ่อมแซม การเกร็งตัวอย่างหนักของกล้ามเนื้ออาจทำให้แผลภายในระบมหรืออักเสบได้
ต้องทำกี่ครั้ง ถึงจะช่วยให้พุงย้วยหลังคลอดกลับมาแบนราบ
โดยทั่วไป แนะนำให้ทำต่อเนื่อง 4 ถึง 6 เซสชัน (สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง) ร่วมกับการดูแลโภชนาการ จะเริ่มเห็นผลลัพธ์กล้ามเนื้อหน้าท้องแน่นตึงและพุงย้วยยุบลงอย่างชัดเจนหลังทำครบโปรแกรม
references
รายละเอียดนวัตกรรมการสร้างกล้ามเนื้อและสลายไขมันเฉพาะส่วน: Aestheta Wellness Center Body Sculpting Guide
ศูนย์รวมบทความวิชาการทางการแพทย์และเวชศาสตร์ชะลอวัย: Aestheta Wellness Center Health Corner Blog
คำแนะนำและข้อห้ามทางการแพทย์สากลเกี่ยวกับการใช้ HIFEM ในสตรีตั้งครรภ์: National Center for Biotechnology Information - HIFEM Safety and Pregnancy Contraindications
รายงานวิจัยทางการแพทย์สากลด้านการฟื้นฟูกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกตัวหลังคลอด: Journal of Aesthetic Dermatology - Non-Invasive Muscle Stimulation for Postpartum Recovery
ข้อสงสัยสำคัญที่ว่า emsculpt คนท้อง หรือคุณแม่ที่กำลังให้นมบุตร สามารถเข้ารับบริการได้หรือไม่ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าพลังงานสูงจะส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ รบกวนมดลูก หรือส่งผลเสียต่อคุณภาพและปริมาณน้ำนมแม่หรือไม่ ถือเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาตามหลักกายวิภาคศาสตร์และความปลอดภัยทางการแพทย์อย่างรวดกุม บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกทุกคำตอบอย่างรอบด้าน เพื่อให้คุณแม่สามารถวางแผนดูแลรูปร่างได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยที่สุด
ทำความรู้จักเทคโนโลยีพลังงาน HIFEM กับการสร้างกล้ามเนื้อ
นวัตกรรมสร้างมวลกล้ามเนื้อและสลายไขมันนี้ ทำงานด้วยการส่งผ่านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มข้นสูง หรือ High-Intensity Focused Electromagnetic (HIFEM) ลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อโดยตรง
คลื่นพลังงานจะเข้าไปกระตุ้นเซลล์ประสาทมอเตอร์ ส่งผลให้กล้ามเนื้อเกิดการหดตัวและเกร็งตัวแบบขั้นสุด หรือ Supramaximal Contraction ในระดับความถี่สูง การทำทรีตเมนต์เพียง 30 นาที สามารถกระตุ้นกล้ามเนื้อให้หดเกร็งได้เทียบเท่ากับการออกกำลังกายหนักๆ เช่น การซิทอัพหรือสควอทประมาณ 20,000 ครั้ง ส่งผลให้เกิดการสร้างเส้นใยกล้ามเนื้อใหม่ที่หนาแน่นขึ้น ควบคู่ไปกับการเร่งสลายเซลล์ไขมันส่วนเกินบริเวณรอบข้างอย่างเป็นธรรมชาติ
ไขข้อสงสัย emsculpt คนท้อง ทำได้หรือไม่ ในทางการแพทย์
คำตอบทางการแพทย์สำหรับประเด็น emsculpt คนท้อง คือ ห้ามทำเด็ดขาดในทุกกรณีและทุกช่วงอายุครรภ์
สตรีที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ถือเป็นข้อห้ามเด็ดขาด (Absolute Contraindication) ทางการแพทย์ในการเข้ารับบริการทรีตเมนต์ที่ใช้พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มข้นสูง เนื่องจากสนามแม่เหล็กไฟฟ้ากำลังสูงสามารถส่งผ่านเข้าสู่ชั้นลึกของร่างกาย ก่อให้เกิดการหดเกร็งอย่างรุนแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้องและมดลูก ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะมดลูกบีบตัวผิดปกติ ภาวะเลือดออกในช่องคลอด รกเกาะต่ำลอกตัวก่อนกำหนด หรือเสี่ยงต่อการแท้งบุตรและการคลอดก่อนกำหนดที่เป็นอันตรายต่อชีวิตทารกในครรภ์
สตรีที่อยู่ระหว่างการให้นมบุตร สามารถทำ Emsculpt ได้หรือไม่
สำหรับคุณแม่หลังคลอดที่อยู่ระหว่างการให้นมบุตร คำตอบทางการแพทย์สามารถแบ่งออกตาม ตำแหน่งที่ต้องการทำทรีตเมนต์
หากคุณแม่ต้องการทำในบริเวณที่ห่างไกลจากเต้านม เช่น บริเวณต้นขา น่อง หรือต้นแขน สามารถพิจารณาทำได้ปลอดภัย เนื่องจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า HIFEM เป็นพลังงานเฉพาะจุดที่ไม่ปล่อยสารเคมี ตัวยา หรือสารรังสีใดๆ เข้าสู่กระแสเลือด จึงไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเต้านม หรือคุณภาพและปริมาณของน้ำนมแม่ อย่างไรก็ตาม หากต้องการทำบริเวณหน้าท้องหรือบั้นท้าย แนะนำให้เว้นระยะรอให้ร่างกายและมดลูกฟื้นตัวสมบูรณ์หลังคลอดเสียก่อน
ทำไมถึงไม่ควรทำบริเวณหน้าท้องและสะโพกช่วงหลังคลอดใหม่ๆ
การทำทรีตเมนต์บริเวณหน้าท้องทันทีหลังคลอดบุตร โดยเฉพาะในช่วงที่ยังให้นมบุตรและมดลูกยังไม่เข้าอู่ อาจก่อให้เกิดผลเสียทางการแพทย์ได้
หลังการคลอดบุตร มดลูกและอวัยวะภายในช่องท้องของคุณแม่ต้องการเวลาในการหดตัวกลับคืนสู่ขนาดปกติ หากได้รับแรงกระตุกจากการหดเกร็งขั้นสุดของกล้ามเนื้อหน้าท้องจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อาจทำให้เกิดอาการปวดเกร็งมดลูกอย่างรุนแรง เลือดขับน้ำคาวปลาไหลผิดปกติ หรือหากเป็นคุณแม่ที่ผ่าตัดคลอด คลื่นพลังงานและการเกร็งตัวของกล้ามเนื้ออาจไปรบกวนแผลผ่าตัดใต้ชั้นผิวที่ยังไม่หายสนิท ก่อให้เกิดอาการระบม อักเสบ หรือแผลปริแยกได้
ระยะเวลาที่ปลอดภัยสำหรับการเริ่มทำทรีตเมนต์หลังคลอดบุตร
การเริ่มต้นกู้รูปร่างและฟื้นฟูกล้ามเนื้อหน้าท้องหลังคลอด ควรทำภายใต้กรอบเวลาทางการแพทย์ที่เหมาะสม
คุณแม่ที่คลอดธรรมชาติ: สามารถเริ่มเข้ารับการประเมินเพื่อทำทรีตเมนต์บริเวณหน้าท้องและสะโพกได้หลังคลอดประมาณ 2 ถึง 3 เดือนขึ้นไป เมื่อมดลูกเข้าอู่สมบูรณ์และร่างกายฟื้นตัวดี
คุณแม่ที่ผ่าตัดคลอด (C-Section): ควรงดเว้นการทำบริเวณหน้าท้องอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป เพื่อรอให้แผลผ่าตัดชั้นผิวหนัง ชั้นไขมัน และผนังมดลูกสมานตัวกันสนิทร้อยเปอร์เซ็นต์
การทำบริเวณอื่น (ต้นแขน/ต้นขา): สามารถเริ่มทำได้หลังคลอดประมาณ 1 ถึง 2 เดือน เมื่อคุณแม่ไม่มีอาการอ่อนเพลียรุนแรง
ประโยชน์ของการทำ Emsculpt สำหรับคุณแม่หลังคลอดเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
เมื่อพ้นช่วงงดเว้นทางการแพทย์แล้ว นวัตกรรมนี้ถือเป็นตัวช่วยอันทรงพลังในการฟื้นฟูรูปร่างให้แก่คุณแม่หลังคลอด
ปัญหาใหญ่ของคุณแม่หลังคลอดคือ ภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกตัว (Diastasis Recti) ซึ่งเกิดจากการขยายตัวของมดลูกระหว่างตั้งครรภ์ ทำให้ผืนกล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนกลางแยกออกจากกัน เกิดเป็นพุงย้วยที่ไม่ว่าจะออกกำลังกายหนักแค่ไหนก็ไม่แบนราบ คลื่นพลังงาน HIFEM มีงานวิจัยทางการแพทย์รองรับว่า สามารถช่วยดึงดึงเส้นใยกล้ามเนื้อหน้าท้องที่แยกตัวให้กลับมาชิดติดกันแน่นตึงขึ้น ช่วยลดขนาดพุงย้วยหลังคลอด และกระชับบั้นท้ายที่หย่อนยานได้อย่างเห็นผล
ข้อห้ามทางการแพทย์สำคัญอื่นๆ ที่ต้องระมัดระวัง
นอกเหนือจากสภาวะการตั้งครรภ์แล้ว ยังมีข้อห้ามทางการแพทย์สำคัญอื่นๆ ที่ไม่ควรกระทำทรีตเมนต์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
ผู้ที่มีการฝังอุปกรณ์โลหะ แผ่นเหล็ก นอต หรือสกรูดามกระดูก บริเวณที่จะทำ
ผู้ที่ฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรือเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ
สตรีที่ใส่ห่วงอนามัยคุมกำเนิดชนิดโลหะทองแดง (หากต้องการทำบริเวณหน้าท้อง)
ผู้ที่มีบาดแผลเปิด แผลผ่าตัดใหม่ หรือมีการติดเชื้อบริเวณผิวหนังที่จะทำ
ผู้ที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง หรือป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาทชักกระตุก
ขั้นตอนการประเมินความปลอดภัยโดยแพทย์ก่อนเริ่มทำทรีตเมนต์
กระบวนการดูแลในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน จะเน้นการซักประวัติและประเมินทางกายภาพของคุณแม่อย่างถี่ถ้วน
การซักประวัติการตั้งครรภ์ ประวัติการคลอดบุตร ระยะเวลาหลังคลอด และรูปแบบการให้นมบุตรอย่างละเอียด
การตรวจเช็กสภาพแผลผ่าตัดเดิม (กรณีผ่าคลอด) และประเมินระยะการแยกตัวของกล้ามเนื้อหน้าท้อง
การประเมินโครงสร้างมวลกล้ามเนื้อ ชั้นไขมัน และกำหนดตำแหน่งวางหัวแอปพลิเคเตอร์อย่างปลอดภัย
การทดสอบปล่อยพลังงานในระดับต่ำเพื่อประเมินการตอบสนองและความสบายของคุณแม่
การควบคุมระดับพลังงานและความปลอดภัยตลอดระยะเวลาทำทรีตเมนต์ 30 นาที
ตารางสรุปเงื่อนไขความปลอดภัยในการทำ Emsculpt สำหรับคุณแม่
การศึกษาตารางสรุป จะช่วยให้คุณแม่เข้าใจหลักการพิจารณาความปลอดภัยได้อย่างชัดเจน
สภาวะของคุณแม่
บริเวณที่ต้องการทำ
สรุปผลการประเมินทางการแพทย์
อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ (ทุกไตรมาส)
ทุกตำแหน่งของร่างกาย
ห้ามทำเด็ดขาด (เสี่ยงต่อทารกและมดลูกบีบตัว)
ให้นมบุตร (คลอดธรรมชาติ > 3 เดือน)
หน้าท้อง / บั้นท้าย
ทำได้ปลอดภัย (มดลูกเข้าอู่แล้ว ไม่กระทบน้ำนม)
ให้นมบุตร (ผ่าตัดคลอด < 6 เดือน)
หน้าท้อง
ควรงดเว้นก่อน (รอแผลผ่าตัดใต้ผิวสมานตัวสนิท)
ให้นมบุตร (หลังคลอด > 1-2 เดือน)
ต้นแขน / ต้นขา / น่อง
ทำได้ปลอดภัย (ห่างจากเต้านม ไม่กระทบน้ำนม)
แนวทางการดูแลสัดส่วนทางเลือกอื่นที่ปลอดภัยสำหรับคุณแม่ให้นมบุตร
หากคุณแม่อยู่ในช่วงหลังคลอดใหม่ๆ และต้องการดูแลรูปร่าง ยังมีนวัตกรรมทางเลือกทางการแพทย์อื่นที่ปลอดภัย
นวัตกรรมคลื่นความร้อนลึก 448 kHz (Indiba): ช่วยสลายเซลลูไลท์ กระชับผิวหน้าท้องย้วย และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตได้อย่างนุ่มนวล ปลอดภัยต่อคุณแม่ให้นมบุตร
การทำโภชนบำบัดหลังคลอด: ปรับสัดส่วนอาหารเน้นโปรตีนคุณภาพสูงและไขมันดี โดยไม่ลดแคลอรีรุนแรง เพื่อให้ได้สารอาหารบำรุงน้ำนมพร้อมควบคุมน้ำหนัก
การออกกำลังกายฟื้นฟูอุ้งเชิงโครงและแกนกลาง: ฝึกการหายใจลึกๆ และเล่นพิลาทีสเบาๆ เพื่อเตรียมความพร้อมของกล้ามเนื้อก่อนเริ่มทำทรีตเมนต์
ข้อมูลการติดต่อศูนย์ดูแลสุขภาพ Aestheta Wellness Center ทุกสาขา
หากคุณแม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับประเด็น emsculpt คนท้อง หรือต้องการนัดหมายแพทย์เพื่อประเมินความพร้อมหลังคลอด สามารถติดต่อ Aestheta Wellness Center ได้ตามสาขาดังนี้
Aestheta Wellness Center สาขาพาราไดซ์ พาร์ค ศรีนครินทร์
ศูนย์ดูแลสุขภาพและเวชศาสตร์ชะลอวัยแบบองค์รวม พร้อมให้คำปรึกษาด้านการดูแลรูปร่างและควบคุมน้ำหนักอย่างปลอดภัยภายใต้มาตรฐานสากล
ที่อยู่: ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 3 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250
เบอร์โทรศัพท์: 02-127-0475
เว็บไซต์/โซเชียลมีเดีย: https://www.aesthetaclinic.com
Aestheta Wellness and Aesthetic สาขารัชดา-จตุจักร
คลินิกนวัตกรรมสุขภาพและผิวพรรณ บรรยากาศพรีเมียม เดินทางสะดวกสบาย รองรับการตรวจวิเคราะห์ระดับสารเคมีและออกแบบโปรแกรมลดน้ำหนักเฉพาะบุคคล
ที่อยู่: ชั้น 3 อาคาร Well Aesthetic & Wellness Center เลขที่ 8/2 ถนนจันทรเกษม แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
เบอร์โทรศัพท์: 062-781-8997
เว็บไซต์/โซเชียลมีเดีย: https://www.aesthetaclinic.com
Aestheta Clinic สาขาเซ็นทรัลเวิลด์
สถานบริการสุขภาพและเวชศาสตร์ความงามระดับลักชัวรี ทำเลใจกลางเมือง ตอบโจทย์คนทำงานยุคใหม่ที่ต้องการปรับพฤติกรรมสุขภาพและดูแลรูปร่าง
ที่อยู่: ยูนิต KC506 ชั้น 5 โซน Urban Balance ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เลขที่ 999/9 ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
เบอร์โทรศัพท์: 081-819-1854
เว็บไซต์/โซเชียลมีเดีย: https://www.aesthetaclinic.com
ประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญและการดูแลผู้รับบริการหน้างานจริง
จากการปฏิบัติงานจริงของทีมแพทย์ที่ Aestheta Wellness Center เราพบคุณแม่หลังคลอดจำนวนมากที่เข้ามาปรึกษาด้วยความตระหนกเรื่องพุงย้วยและภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกตัว โดยหลายท่านต้องการทำทรีตเมนต์ทันทีหลังคลอดเพียงไม่กี่สัปดาห์
ในเคสการดูแลจริง คุณแม่ผ่าตัดคลอดท่านหนึ่งมาปรึกษาหลังคลอดได้ 2 เดือนเนื่องจากพุงย้วย แพทย์ได้ทำการตรวจประเมินแผลผ่าตัดและมดลูก พบว่าแผลใต้ผิวหนังยังสมานตัวไม่สมบูรณ์ แพทย์จึงแนะนำให้ชะลอการทำ Emsculpt บริเวณหน้าท้องออกไปก่อน โดยให้เริ่มทำทรีตเมนต์ความร้อนลึกนุ่มนวลกระชับผิวภายนอกและจัดตารางโภชนบำบัดแทน เมื่อคุณแม่ผ่าคลอดครบ 6 เดือนตามเกณฑ์ แพทย์จึงเริ่มโปรแกรมสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้อง ผลลัพธ์หน้างานจริงคือ กล้ามเนื้อหน้าท้องกลับมา ชิดติดกัน แน่นตึง พุงย้วยยุบลงอย่างปลอดภัยโดยไม่มีอาการระบมแผลเดิม ประสบการณ์ตรงนี้ยืนยันว่าการปฏิบัติตามกรอบเวลาทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด ช่วยให้คุณแม่ได้รับผลลัพธ์ที่สวยงามและปลอดภัยที่สุด
ทำไมถึงต้องไว้วางใจให้เราดูแลคุณ
ที่ Aestheta Wellness Center เรายึดถือมาตรฐานความปลอดภัยทางการแพทย์เป็นสำคัญที่สุด อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่เราเลือกใช้เป็นเครื่องแท้มาตรฐานสากลที่ได้รับอนุมัติความปลอดภัยจาก US FDA และ อย. ประเทศไทย ทุกเคสของคุณแม่หลังคลอดจะได้รับการประเมินประวัติการคลอด สภาพมดลูก และความพร้อมของร่างกายโดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและปรับสัดส่วนโดยตรง มีการวางแผนและควบคุมระดับพลังงานอย่างพิถีพิถัน คุณแม่จึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลที่ใส่ใจ ถูกต้องตามหลักการแพทย์ และสัมผัสผลลัพธ์หุ่นสวยหลังคลอดได้อย่างสบายใจร้อยเปอร์เซ็นต์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ Emsculpt สำหรับคุณแม่
หากไม่รู้ตัวว่ากำลังตั้งครรภ์ แล้วหลงไปทำ Emsculpt จะเป็นอันตรายมากไหม
หากเพิ่งตั้งครรภ์อ่อนๆ และเผลอทำไป ควรรีบแจ้งแพทย์ประเมินทันทีและงดการทำเซสชันถัดไปเด็ดขาด แม้จะยังไม่มีรายงานผลกระทบสะสมในเคสหลุด แต่การหยุดพักทรีตเมนต์คือทางออกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับทารกในครรภ์
การทำ Emsculpt บริเวณหน้าท้อง จะทำให้น้ำนมแม่หดหายหรือไม่
หากทำหลังคลอดตามกรอบเวลาที่เหมาะสม (หลังคลอด 3-6 เดือนขึ้นไป) คลื่นแม่เหล็กจะทำงานเฉพาะที่กล้ามเนื้อหน้าท้อง ไม่ได้ส่งผลต่อฮอร์โมนโพรแลกตินในสมอง จึงไม่ทำให้น้ำนมแม่หดหาย
คุณแม่ให้นมบุตร สามารถทำ Emsculpt บริเวณต้นแขนได้ทันทีหรือไม่
สามารถทำได้ หากผ่านการคลอดมาแล้วประมาณ 1 ถึง 2 เดือน และร่างกายไม่มีอาการอ่อนเพลียรุนแรง เนื่องจากบริเวณต้นแขนอยู่ห่างจากมดลูกและเต้านม ไม่ส่งผลกระทบต่อการให้นม
หลังผ่าตัดคลอด 3 เดือน ทำไมถึงยังไม่แนะนำให้ทำบริเวณหน้าท้อง
เพราะแม้แผลผ่าตัดบนผิวหนังภายนอกจะดูแห้งสนิท แต่แผลผ่าตัดชั้นกล้ามเนื้อหน้าท้องและผนังมดลูกภายในยังคงอยู่ในกระบวนการซ่อมแซม การเกร็งตัวอย่างหนักของกล้ามเนื้ออาจทำให้แผลภายในระบมหรืออักเสบได้
ต้องทำกี่ครั้ง ถึงจะช่วยให้พุงย้วยหลังคลอดกลับมาแบนราบ
โดยทั่วไป แนะนำให้ทำต่อเนื่อง 4 ถึง 6 เซสชัน (สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง) ร่วมกับการดูแลโภชนาการ จะเริ่มเห็นผลลัพธ์กล้ามเนื้อหน้าท้องแน่นตึงและพุงย้วยยุบลงอย่างชัดเจนหลังทำครบโปรแกรม
references
รายละเอียดนวัตกรรมการสร้างกล้ามเนื้อและสลายไขมันเฉพาะส่วน: Aestheta Wellness Center Body Sculpting Guide
ศูนย์รวมบทความวิชาการทางการแพทย์และเวชศาสตร์ชะลอวัย: Aestheta Wellness Center Health Corner Blog
คำแนะนำและข้อห้ามทางการแพทย์สากลเกี่ยวกับการใช้ HIFEM ในสตรีตั้งครรภ์: National Center for Biotechnology Information - HIFEM Safety and Pregnancy Contraindications
รายงานวิจัยทางการแพทย์สากลด้านการฟื้นฟูกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกตัวหลังคลอด: Journal of Aesthetic Dermatology - Non-Invasive Muscle Stimulation for Postpartum Recovery


