Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT) คืออะไร รักษาโรคอะไรได้บ้าง
10 ผู้เข้าชม

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมแผลบางชนิดถึงหายช้า หรือทำไมร่างกายถึงรู้สึกอ่อนล้าเรื้อรังแม้จะพักผ่อนเพียงพอแล้ว หนึ่งในสาเหตุหลักอาจมาจากการที่เซลล์ในร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ปัจจุบันวงการแพทย์มีนวัตกรรมที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้อย่างตรงจุด นั่นคือการบำบัดด้วยออกซิเจนบริสุทธิ์ บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกว่า Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT) คืออะไร รักษาโรคอะไรได้บ้าง และทำไมถึงกลายเป็นเคล็ดลับการฟื้นฟูสุขภาพที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในคลินิกเวชศาสตร์ชะลอวัย
ทำความรู้จักนวัตกรรมออกซิเจนบำบัด
ในสภาวะปกติ เราหายใจรับออกซิเจนจากอากาศรอบตัวซึ่งมีความเข้มข้นเพียงประมาณยี่สิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่เมื่อร่างกายเกิดการบาดเจ็บ มีบาดแผล หรือเกิดความเสื่อมสภาพ เซลล์ต่างๆ จะต้องการออกซิเจนในปริมาณที่สูงขึ้นอย่างมากเพื่อใช้ในกระบวนการซ่อมแซมตัวเอง นวัตกรรมตู้อบออกซิเจนจึงถูกออกแบบมาเพื่อส่งมอบก๊าซแห่งชีวิตนี้เข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง ช่วยทะลวงข้อจำกัดของการหายใจแบบปกติไปได้อย่างสิ้นเชิงหลักการทำงานของ Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT) คืออะไร
หากจะอธิบายให้เข้าใจง่าย การทำออกซิเจนบำบัดคือการเข้าไปอยู่ในห้องหรืออุโมงค์ที่ถูกปิดมิดชิด โดยเครื่องมือจะทำหน้าที่สำคัญสองประการควบคู่กันไป ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่ทำให้กระบวนการนี้แตกต่างจากการดมก๊าซจากถังทั่วไปตามโรงพยาบาลการปรับความกดบรรยากาศให้สูงกว่าปกติ
ภายในอุโมงค์ออกซิเจนแรงดันสูง เครื่องจะค่อยๆ ปรับเพิ่มความดันอากาศให้สูงกว่าระดับน้ำทะเลปกติ ความดันที่เพิ่มขึ้นนี้จะทำหน้าที่เสมือนแรงผลักที่ช่วยดันให้ออกซิเจนละลายเข้าสู่ของเหลวในร่างกายได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพลาสมา น้ำไขสันหลัง หรือน้ำเหลือง ทำให้ก๊าซสามารถเดินทางไปหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อส่วนที่หลอดเลือดฝอยตีบตันหรือได้รับความเสียหายได้การสูดดมออกซิเจนบริสุทธิ์ 100%
ผู้รับบริการจะได้สูดดมก๊าซบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกับความกดอากาศที่เหมาะสม จะส่งผลให้ปริมาณความเข้มข้นของก๊าซในกระแสเลือดเพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติหลายเท่าตัว ร่างกายจึงมีพลังงานเพียงพอที่จะนำไปใช้ต่อสู้กับเชื้อโรคและสร้างเซลล์ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพHyperbaric Oxygen Therapy (HBOT) รักษาโรคอะไรได้บ้าง
เทคโนโลยีนี้ได้รับการยอมรับทางการแพทย์อย่างกว้างขวางว่าสามารถใช้เป็นทั้งการรักษาหลักและการรักษาเสริมควบคู่กับวิธีอื่นๆ ได้อย่างเห็นผล โดยมีกลุ่มโรคและอาการที่ตอบสนองต่อเทคโนโลยีนี้ได้อย่างดีเยี่ยมดังนี้ช่วยสมานแผลเรื้อรังและแผลเบาหวาน
สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะแผลหายช้า โดยเฉพาะแผลเบาหวานที่มักมีปัญหาหลอดเลือดตีบตันและเนื้อเยื่อขาดเลือด การส่งก๊าซบริสุทธิ์เข้าไปจะช่วยกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดฝอยใหม่ๆ ทำให้แผลสมานตัวได้เร็วขึ้นและลดความเสี่ยงในการถูกตัดอวัยวะทิ้งได้อย่างมีนัยสำคัญรักษาภาวะเจ็บป่วยจากการดำน้ำและฟองอากาศอุดตันหลอดเลือด
แต่เดิมเทคโนโลยีนี้ถูกคิดค้นมาเพื่อรักษาโรคน้ำหนีบหรืออาการป่วยของนักดำน้ำที่ขึ้นสู่ผิวน้ำเร็วเกินไป ความดันในอุโมงค์จะช่วยบีบอัดฟองอากาศที่อุดตันในเส้นเลือดให้มีขนาดเล็กลงและสลายตัวไปในที่สุด ช่วยป้องกันอันตรายถึงชีวิตได้ลดอาการบาดเจ็บจากรังสีรักษา
ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ต้องฉายรังสีมักจะประสบปัญหาเนื้อเยื่อบริเวณที่ฉายรังสีถูกทำลายและขาดเลือดไปเลี้ยง การเข้ารับบริการจะช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อที่บอบช้ำ กระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นเลือดใหม่เพื่อนำสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเซลล์ที่เสียหายให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้งฟื้นฟูอาการลองโควิด (Long Covid) และความอ่อนล้าเรื้อรัง
มีการศึกษาวิจัยพบว่าผู้ที่มีอาการสมองล้า อ่อนเพลีย หรือมีปัญหาด้านความจำหลังจากติดเชื้อไวรัส การทำตู้อบออกซิเจนสามารถช่วยลดการอักเสบในระบบประสาทและฟื้นฟูการทำงานของสมองให้กลับมาแจ่มใสและมีพลังงานมากขึ้นได้ประโยชน์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging) และความงาม
นอกเหนือจากการรักษาโรคแล้ว ปัจจุบันคลินิกความงามและศูนย์สุขภาพชั้นนำต่างนำเทคโนโลยีนี้มาใช้เพื่อจุดประสงค์ด้านการดูแลผิวพรรณและการชะลอวัย เนื่องจากผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรักสุขภาพได้อย่างตรงจุดกระตุ้นการสร้างสเต็มเซลล์และคอลลาเจน
ระดับก๊าซในเลือดที่พุ่งสูงขึ้นจะส่งสัญญาณให้ไขกระดูกปล่อยสเต็มเซลล์เข้าสู่กระแสเลือดมากขึ้น เซลล์ต้นกำเนิดเหล่านี้จะวิ่งไปซ่อมแซมอวัยวะที่สึกหรอทั่วร่างกาย พร้อมทั้งกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวดูเต่งตึงและลดเลือนริ้วรอยแห่งวัยลดบวมช้ำหลังการทำศัลยกรรม
สำหรับผู้ที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดศัลยกรรมความงาม การบำบัดด้วยวิธีนี้ถือเป็นสูตรลับในการลดระยะเวลาพักฟื้น เพราะก๊าซบริสุทธิ์จะเข้าไปลดกระบวนการอักเสบและช่วยระบายของเสียที่คั่งค้าง ลดอาการบวมช้ำ ทำให้แผลผ่าตัดแห้งและสมานตัวเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัดข้อควรระวังและผู้ที่ห้ามทำอุโมงค์ออกซิเจนแรงดันสูง
แม้จะเป็นนวัตกรรมที่มีความปลอดภัยสูง แต่ก็มีข้อควรระวังสำหรับบุคคลบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่มีอาการหวัดคัดจมูกรุนแรง ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหูชั้นกลาง หอบหืดที่ยังควบคุมอาการไม่ได้ หรือผู้ที่มีภาวะปอดรั่ว ก่อนทำจึงควรได้รับการประเมินจากแพทย์อย่างละเอียด นอกจากนี้ ขณะเข้ารับบริการ ผู้รับบริการจะต้องสวมใส่เสื้อผ้าผ้าฝ้ายร้อยเปอร์เซ็นต์เพื่อป้องกันการเกิดไฟฟ้าสถิตภายในห้องปรับความดันเปรียบเทียบทำตู้ออกซิเจนแคปซูลทั่วไป vs ศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง
เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจว่าควรเลือกเข้ารับบริการที่ใด เราได้สรุปความแตกต่างระหว่างเครื่องที่ใช้ตามสปาทั่วไปและเครื่องมาตรฐานทางการแพทย์ในรูปแบบตาราง เพื่อให้คุณเห็นถึงความสำคัญของมาตรฐานความปลอดภัย- คุณสมบัติของเครื่องมือ
- ตู้ออกซิเจนแบบพกพาตามสปา (Soft Chamber)
- เครื่องมาตรฐานทางการแพทย์ (Hard Chamber)
- ประสิทธิภาพความดันอากาศ
- ทำความดันได้ต่ำสุดเพียงเล็กน้อย ไม่ถึงระดับที่หวังผลทางการแพทย์ได้เต็มที่
- ปรับความดันได้สูงถึงระดับที่แพทย์แนะนำเพื่อทะลวงก๊าซเข้าสู่ระดับเซลล์
- ความเข้มข้นของก๊าซที่ได้รับ
- เป็นเพียงการผลิตก๊าซจากอากาศรอบตัว ความเข้มข้นไม่สูงมาก
- จ่ายก๊าซบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ผ่านระบบหน้ากากหรือหมวกครอบ
- มาตรฐานความปลอดภัย
- วัสดุเป็นผ้าใบหรือซิป อาจมีข้อจำกัดเรื่องระบบระบายอากาศ
- เป็นโครงสร้างแข็งแรง มีระบบควบคุมแรงดันและวาล์วฉุกเฉินมาตรฐานสากล
- การดูแลและผู้ควบคุมเครื่อง
- อาจดูแลโดยพนักงานทั่วไปที่ผ่านการอบรมเบื้องต้น
- ควบคุมโดยผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ความดันบรรยากาศสูงอย่างใกล้ชิด
ประสบการณ์ตรง ทำไมเราถึงแนะนำให้ดูแลสุขภาพด้วย HBOT
ในฐานะของคนที่เคยประสบปัญหาออฟฟิศซินโดรมรุนแรงและมีอาการปวดหัวไมเกรนเรื้อรังจากการทำงานหนัก เราพยายามรักษาด้วยการทานยาและทำกายภาพบำบัดมาหลายวิธีแต่อาการก็ดีขึ้นเพียงชั่วคราว จนกระทั่งได้รับคำแนะนำจากแพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยให้ลองฟื้นฟูร่างกายด้วยเทคโนโลยีความดันบรรยากาศสูง ครั้งแรกที่เข้าไปในเครื่องเรารู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย แต่บรรยากาศที่กว้างขวางและสามารถนอนดูทีวีได้ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย สิ่งที่น่าประทับใจคือหลังจากการทำต่อเนื่องเพียงไม่กี่คอร์ส อาการปวดหัวที่เคยเป็นประจำลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด รู้ศกสมองปลอดโปร่งและนอนหลับสนิทขึ้น ประสบการณ์ตรงนี้ทำให้เราเชื่อมั่นในกลไกการเยียวยาตัวเองของร่างกายเมื่อได้รับทรัพยากรที่ถูกต้อง จึงอยากแบ่งปันข้อมูลที่ผ่านการกลั่นกรองนี้เพื่อให้ทุกคนได้มีทางเลือกในการดูแลสุขภาพที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานข้อมูลการติดต่อคลินิกสำหรับทำออกซิเจนบำบัด
หากคุณกำลังมองหาสถานที่ที่ให้บริการด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยและได้มาตรฐาน พร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายได้ที่สาขาของ Aestheta Wellness Center ดังนี้- Aestheta Wellness Center สาขา Ratchada อาคาร Well Aesthetic ชั้น 3 ถ.รัชดาภิเษก 02-127-0475
- Aestheta Wellness Center สาขา Paradise Park ศูนย์การค้า Paradise Park ชั้น 3 081-819-1854
- Aestheta Wellness Center สาขา centralwOrld ศูนย์การค้า centralwOrld ชั้น 5 082-849-1859
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
ระหว่างอยู่ในเครื่องจะรู้สึกหูอื้อหรือไม่?
ในขณะที่เครื่องกำลังเพิ่มหรือลดความดันอากาศ คุณอาจรู้สึกหูอื้อคล้ายกับตอนเครื่องบินขึ้นหรือลง ซึ่งผู้ดูแลจะสอนวิธีเคลียร์หู เช่น การกลืนน้ำลายหรือขยับกราม เพื่อให้คุณรู้สึกสบายที่สุดตลอดกระบวนการต้องใช้เวลาในการทำแต่ละครั้งนานเท่าไหร่?
โดยเฉลี่ยแล้ว การเข้ารับบริการจะใช้เวลาประมาณหกสิบถึงเก้าสิบนาที ขึ้นอยู่กับแผนการรักษาที่แพทย์ประเมินให้เหมาะสมกับอาการของคุณคนที่เป็นโรคกลัวที่แคบสามารถทำได้ไหม?
นวัตกรรมสมัยใหม่ถูกออกแบบมาให้มีลักษณะโปร่งใสหรือมีหน้าต่างบานใหญ่รอบทิศทาง ทำให้มองเห็นภายนอกได้ชัดเจน ไม่รู้สึกอึดอัด และสามารถสื่อสารกับผู้ดูแลด้านนอกได้ตลอดเวลาต้องทำกี่ครั้งถึงจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง?
สำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูความเหนื่อยล้า มักจะรู้สึกสดชื่นขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกหรือครั้งที่สอง แต่สำหรับการสมานแผลหรือรักษาโรค อาจต้องทำต่อเนื่องตามจำนวนครั้งที่แพทย์แนะนำเพื่อกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดใหม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายหรือไม่?
หากทำภายใต้การควบคุมของแพทย์และเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน ผลข้างเคียงจะมีน้อยมาก อาจมีเพียงความรู้สึกเพลียเล็กน้อยหลังทำเสร็จ ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายกำลังนำพลังงานไปใช้ในกระบวนการซ่อมแซมเซลล์แหล่งอ้างอิงข้อมูลที่เชื่อถือได้
เพื่อให้มั่นใจว่าคุณได้รับข้อมูลทางการแพทย์ที่ถูกต้องและทันสมัยที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมหลักการและงานวิจัยจากสถาบันที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล คุณสามารถสืบค้นข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำงานของร่างกายและข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ได้จากลิงก์ด้านล่างนี้- UCLA Health - Hyperbaric Medicine FAQ แหล่งรวมข้อมูลพื้นฐานด้านสุขภาพเกี่ยวกับข้อบ่งชี้ในการรักษาโรคและขั้นตอนการประเมินผู้ป่วยที่ต้องการรับบริการ
- U.S. Food and Drug Administration (FDA) - Follow Instructions for Safe Use of Hyperbaric Oxygen Therapy Devices ข้อแนะนำทางการแพทย์ด้านความปลอดภัยและมาตรฐานการดูแลอุปกรณ์เพื่อป้องกันความเสี่ยง
- UCLA Health - Patient Resources for Hyperbaric Medicine รายละเอียดเจาะลึกเกี่ยวกับกลไกการสร้างหลอดเลือดใหม่เพื่อสมานแผลเรื้อรังและแผลจากการฉายรังสี
บทความที่เกี่ยวข้อง
ภายใต้ Concept "Go beyond your limits" เพราะจุดเริ่มต้นของการทำตามความฝันและก้าวข้ามขีดจำกัด
Aestheta Wellness ร่วมถ่ายทอดแนวคิดในงาน AgeingThailand 2025


